Showing posts with label กฎหมายแรงงาน. Show all posts
Showing posts with label กฎหมายแรงงาน. Show all posts

Friday, April 24, 2026

วันหยุดตามประเพณีและวันแรงงานแห่งชาติ ลูกจ้างต้องรู้!

📌 วันหยุดตามประเพณี และวันแรงงานแห่งชาติ ลูกจ้างต้องรู้!

📅 วันหยุดตามประเพณีคืออะไร?

ตาม พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 29 นายจ้างต้องกำหนดวันหยุดตามประเพณีให้ลูกจ้าง ไม่น้อยกว่าปีละ 13 วัน โดยรวม วันแรงงานแห่งชาติ ไว้ด้วยเสมอ

นายจ้างต้องประกาศให้ลูกจ้างทราบล่วงหน้า ก่อนเริ่มปี หรือก่อนที่จะถึงวันหยุดนั้น


🟥 วันแรงงานแห่งชาติ — 1 พฤษภาคม

วันที่ 1 พฤษภาคม ของทุกปี คือ วันแรงงานแห่งชาติ ซึ่งกฎหมายกำหนดให้เป็นวันหยุดตามประเพณีที่ ต้องมีเสมอ ห้ามตัดออก

  • ✅ ลูกจ้างมีสิทธิหยุดงานโดย ได้รับค่าจ้างปกติ
  • ✅ หากนายจ้างให้ทำงานในวันนี้ ต้องจ่าย ค่าทำงานในวันหยุด เพิ่มเติมตามกฎหมาย

💵 อัตราค่าตอบแทนหากต้องทำงานในวันหยุดตามประเพณี

ประเภทลูกจ้าง ค่าตอบแทน
ลูกจ้างรายวัน/รายชั่วโมง ค่าจ้าง 1 เท่า + ค่าทำงานวันหยุด 1 เท่า = รวม 2 เท่า
ลูกจ้างรายเดือน ค่าทำงานวันหยุด 1 เท่า เพิ่มจากที่ได้รับปกติ
ทำงานเกิน 8 ชั่วโมงในวันหยุด ชั่วโมงที่เกิน 2.5 เท่า ของค่าจ้างต่อชั่วโมง

🔄 กิจการที่สามารถเลื่อนวันหยุดตามประเพณีได้

กฎหมายเปิดช่องให้นายจ้างใน กิจการบางประเภท สามารถเลื่อนหรือเปลี่ยนแปลงวันหยุดตามประเพณีได้ โดยต้องกำหนดวันหยุดชดเชยให้ลูกจ้างแทน ได้แก่:

  • 🔸 กิจการโรงแรมและที่พัก
  • 🔸 กิจการร้านขายอาหารและเครื่องดื่ม
  • 🔸 กิจการขนส่ง
  • 🔸 กิจการในสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิง
  • 🔸 กิจการป่าไม้ งานในที่ดิน และการเลี้ยงสัตว์
  • 🔸 กิจการงานเร่งด่วน ที่หยุดไม่ได้โดยธรรมชาติของงาน
  • 🔸 กิจการที่ดำเนินการตลอด 24 ชั่วโมง เช่น รปภ. พยาบาล

⚠️ แม้จะเลื่อนได้ แต่นายจ้าง ต้องกำหนดวันหยุดชดเชยให้ครบ ภายในระยะเวลาที่เหมาะสม และ ยังต้องจ่ายค่าตอบแทนตามกฎหมาย สำหรับวันที่ให้ทำงานแทนวันหยุด


⚠️ สิ่งที่นายจ้างทำไม่ได้เด็ดขาด

  • ❌ ลดจำนวนวันหยุดตามประเพณีให้น้อยกว่า 13 วันต่อปี
  • ❌ ตัด วันแรงงานแห่งชาติ ออกจากวันหยุดตามประเพณี
  • ❌ ให้ลูกจ้างทำงานในวันหยุดโดย ไม่จ่ายค่าตอบแทนเพิ่ม
  • ❌ เลื่อนวันหยุดแล้ว ไม่จัดวันหยุดชดเชยให้

💡 สรุปสั้นๆ

วันหยุดตามประเพณี = ไม่น้อยกว่า 13 วัน/ปี
วันแรงงานแห่งชาติ = 1 พฤษภาคม ต้องมีเสมอ
ทำงานในวันหยุด = ต้องได้ค่าตอบแทนเพิ่มตามกฎหมาย
บางกิจการเลื่อนได้ = แต่ต้องชดเชยวันหยุดให้ครบ


📌 มีข้อสงสัยเรื่องวันหยุดหรือสิทธิแรงงาน ปรึกษาได้ที่สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานใกล้บ้านได้เลยครับ/ค่ะ

ลูกจ้างหรือเปล่า? ดูได้จากอะไร - กฎหมายแรงงาน

📌 "ลูกจ้าง" หรือเปล่า? ดูได้จากอะไร

หลายคนสงสัยว่า ตัวเองทำงานให้คนอื่น แบบนี้ถือเป็น "ลูกจ้าง" ตามกฎหมายคุ้มครองแรงงานหรือเปล่า?

คำตอบไม่ได้ดูแค่ "มีสัญญาจ้างหรือเปล่า" หรือ "เรียกตัวเองว่าอะไร" แต่กฎหมายและศาลฎีกาดูที่ "ความเป็นจริงของความสัมพันธ์" เป็นหลัก


✅ สัญญาณที่บ่งบอกว่า "เป็นลูกจ้าง"

  • 🔹 นายจ้าง สั่งงาน ควบคุม กำกับ ได้ว่าต้องทำอะไร เมื่อไหร่ อย่างไร
  • 🔹 มี เวลาทำงานที่กำหนด เช่น 8.00–17.00 น.
  • 🔹 ได้รับ ค่าจ้างประจำ สม่ำเสมอ ไม่ใช่จ่ายตามผลงานล้วนๆ
  • 🔹 ใช้ อุปกรณ์ของนายจ้าง ในการทำงาน
  • 🔹 ทำงาน เพื่อกิจการของนายจ้าง ไม่ใช่ของตัวเอง

❌ สัญญาณที่อาจบ่งบอกว่า "ไม่ใช่ลูกจ้าง"

  • 🔸 รับงานมาทำเอง กำหนดเวลาเองได้อิสระ
  • 🔸 จ้างคนอื่นมาช่วยทำแทนได้ รับผิดชอบผลงานเอง
  • 🔸 ได้รับค่าตอบแทน ตามผลสำเร็จของงาน (เหมา/ชิ้น)
  • 🔸 มี กิจการของตัวเอง ไม่ได้ขึ้นกับนายจ้างรายใดรายหนึ่ง

⚖️ หลักที่ศาลฎีกาใช้ตัดสิน

ศาลจะดูว่า "ใครมีอำนาจบังคับบัญชา?"

ถ้านายจ้างมีอำนาจ สั่ง ควบคุม และลงโทษ ได้ → ถือเป็น ลูกจ้าง แม้จะไม่มีสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษร หรือเรียกกันว่า "ผู้รับจ้าง" ก็ตาม


💡 ทำไมเรื่องนี้ถึงสำคัญ?

เพราะ ลูกจ้าง มีสิทธิตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน เช่น:

  • ✔️ ค่าจ้างขั้นต่ำ
  • ✔️ ค่าล่วงเวลา
  • ✔️ วันหยุดและวันลา
  • ✔️ ค่าชดเชยเมื่อถูกเลิกจ้าง

แต่ถ้าถูกจัดให้เป็น "ผู้รับจ้างอิสระ" แม้งานจริงเหมือนลูกจ้างทุกอย่าง ก็อาจไม่ได้รับสิทธิเหล่านี้เลย


📌 ถ้าไม่แน่ใจว่าตัวเองมีสิทธิอะไรบ้าง สอบถามได้ที่สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานใกล้บ้านได้เลยครับ/ค่ะ

เริ่มใช้แล้ววันนี้! กฎหมายใหม่ รปภ. ได้ค่าล่วงเวลา 24 เมษายน 2569

กฎหมายใหม่ รปภ. ค่าล่วงเวลา

📢 เริ่มใช้แล้ววันนี้! กฎหมายใหม่ รปภ. ได้ค่าล่วงเวลา

ตั้งแต่วันที่ 24 เมษายน 2569 เป็นต้นไป กฎกระทรวงว่าด้วยค่าล่วงเวลาและค่าตอบแทนการทำงานเกิน 8 ชั่วโมง สำหรับงานเฝ้าดูแลสถานที่หรือทรัพย์สิน มีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการแล้ว


🔹 สาระสำคัญที่นายจ้างต้องรู้และปฏิบัติตาม:

  • 🔹 วันทำงานปกติ — ทำงานเกิน 8 ชั่วโมง ต้องได้รับค่าล่วงเวลา ไม่น้อยกว่า 1.25 เท่า ของค่าจ้างต่อชั่วโมง
  • 🔹 วันหยุด — ทำงานล่วงเวลา ต้องได้รับค่าตอบแทน ไม่น้อยกว่า 2.5 เท่า ของค่าจ้างต่อชั่วโมง

กฎหมายฉบับนี้ออกมาเพื่อ ยกระดับคุณภาพชีวิต และ สร้างความเป็นธรรม ให้แก่พนักงานรักษาความปลอดภัย (รปภ.) และผู้ปฏิบัติงานเฝ้าดูแลสถานที่และทรัพย์สินทั่วประเทศ ซึ่งที่ผ่านมายังไม่ได้รับความคุ้มครองในส่วนนี้อย่างชัดเจน


⚠️ นายจ้างที่มีลูกจ้างประเภทนี้ ควรตรวจสอบและปรับอัตราค่าตอบแทนให้ถูกต้องโดยด่วน เพื่อไม่ให้มีความผิดตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน


📌 มีข้อสงสัยติดต่อสอบถามได้ที่สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ใกล้บ้านท่านได้เลยครับ/ค่ะ

Wednesday, April 22, 2026

นายจ้างเลิกจ้างด้วยวาจา? มีผลไหม?

นายจ้างเลิกจ้างด้วยวาจา? มีผลไหม?

สวัสดีค่ะ วันนี้มาคุยเรื่องที่หลายคนสงสัยว่า นายจ้างสามารถเลิกจ้างด้วยวาจาได้หรือไม่? และมีผลอย่างไรในทางกฎหมาย?

หลักการทางกฎหมาย

กฎหมายแรงงาน มิได้บังคับ ให้นายจ้างจะต้องเลิกจ้างหรือไล่ลูกจ้างออกจากงานจะต้องทำเป็นหนังสือหรือทำเป็นเอกสาร

เงื่อนไขสำคัญ

แต่คนที่เลิกจ้างหรือไล่ลูกจ้างออกด้วยวาจานั้น ต้องมีอำนาจในการเลิกจ้างด้วย จึงจะมีผล

ผลของการเลิกจ้างด้วยวาจา

เมื่อเลิกจ้างด้วยวาจาแล้ว มีผลไปแล้ว สัญญาจ้างก็สิ้นสุดหรือระงับลง ไม่มีความสัมพันธ์เป็นนายจ้าง-ลูกจ้างกันอีกต่อไป

นายจ้างมาทำหนังสือเลิกจ้างอีกได้ไหม?

ไม่ได้! เมื่อได้เลิกจ้างไปแล้ว ทิ้งไว้แต่ความทรงจำที่ดี (และไม่ดี) ที่มีต่อกันไว้ในอดีต

ฉะนั้น นายจ้างจะมาทำหนังสือเลิกจ้างอีกไม่ได้ หรือถ้าทำก็ไม่มีผลในทางกฎหมาย

สรุป

  • ✅ นายจ้างสามารถเลิกจ้างด้วยวาจาได้
  • ✅ ต้องมีอำนาจในการเลิกจ้าง
  • ✅ เมื่อเลิกจ้างแล้ว สัญญาจ้างสิ้นสุด
  • ❌ นายจ้างไม่สามารถทำหนังสือเลิกจ้างอีกได้
  • ❌ ถ้าทำหนังสือเลิกจ้างทีหลัง ไม่มีผลในทางกฎหมาย

อ้างอิง: คำพิพากษาฎีกา

⚠️ ข้อมูลนี้เป็นความรู้ทั่วไป ควรปรึกษาทนายความหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อความถูกต้อง

กรณีศึกษา: ค่าล่วงเวลา 1.5 เท่า ลูกจ้างขับรถผู้บริหาร

กรณีศึกษา: ลูกจ้างขับรถให้ผู้บริหาร ได้ค่าล่วงเวลากี่เท่า?

สวัสดีค่ะ วันนี้มาดูกรณีศึกษาทางกฎหมายแรงงานเกี่ยวกับ ค่าล่วงเวลา (OT) ของลูกจ้างขับรถให้ผู้บริหารกันค่ะ

สถานการณ์

ลูกจ้างทำหน้าที่ ขับรถให้ผู้บริหารบริษัท ทำงานเกินเวลาปกติที่กำหนดไว้ วันละ 8 ชั่วโมง

ประเด็น

ลูกจ้างขับรถให้ผู้บริหาร มีสิทธิได้ค่าล่วงเวลาเท่าไหร่? 1 เท่า หรือ 1.5 เท่า?

คำตอบ

ลูกจ้างได้ค่าล่วงเวลาในอัตรา 1.5 เท่า!

เหตุผลทางกฎหมาย

ศาลฎีกาตีความว่า: การขับรถให้ผู้บริหาร มิใช่ การทำงานในงานขนส่งทางบกตามกฎกระทรวงฉบับที่ 12 จึงไม่ได้สิทธิค่าล่วงเวลาเพียง 1 เท่า แต่ต้องได้ในอัตรา 1.5 เท่า

สรุป

  • ลูกจ้างขับรถให้ผู้บริหาร ไม่ใช่งานขนส่งทางบก
  • ได้ค่าล่วงเวลาในอัตรา 1.5 เท่า (ถ้าวันหยุดได้ 3 เท่า)
  • ไม่ใช่เพียง 1 เท่า

อ้างอิง: คำพิพากษาฎีกาที่ 8242-46/2549

📚 กรณีศึกษา: นายจ้างหักค่าจ้าง 5% เป็นเงินประกัน ช่างซ่อมบำรุง ทำได้หรือไม่?

📚 กรณีศึกษา: นายจ้างหักค่าจ้าง 5% เป็นเงินประกัน ช่างซ่อมบำรุง ทำได้หรือไม่?

สวัสดีค่ะ วันนี้มาดูกรณีศึกษาทางกฎหมายแรงงานกันค่ะ ว่าถ้านายจ้างหักค่าจ้างลูกจ้างไว้เป็นเงินประกัน กฎหมายเขาว่าอย่างไร


📋 สถานการณ์

ข้อเท็จจริง: ลูกจ้างเข้าทำงานเป็น ช่างซ่อมบำรุง นายจ้างจ้างจะเรียกรับเงินประกันการทำงานโดยหักค่าจ้างร้อยละ 5 ไว้เป็นเงินประกัน

❓ คำถาม

นายจ้างสามารถทำเช่นนี้ได้หรือไม่?


✅ คำตอบ

❌ ไม่สามารถทำได้!

📜 เหตุผลทางกฎหมาย

1. มาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงานฯ

ลูกจ้างเป็นช่างซ่อมบำรุง ไม่ได้รับผิดชอบเกี่ยวกับการเงินหรือทรัพย์สินของนายจ้าง จึงไม่ใช่ลูกจ้างตาม ม.10

2. ประกาศกระทรวงแรงงาน เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการเรียกหรือรับหลักประกันการทำงานหรือหลักประกันความเสียหายจากการทำงาน พ.ศ. 2551 ข้อ 4

💡 หลักการ: นายจ้างสามารถเรียกหรือรับหลักประกันจากลูกจ้างได้ เฉพาะลูกจ้างที่รับผิดชอบเกี่ยวกับการเงินหรือทรัพย์สินของนายจ้างเท่านั้น

⚠️ ผลที่ตามมา

การหักเงินค่าจ้างไว้เป็นเงินประกันความเสียหายจากการทำงานของลูกจ้าง ย่อมเป็นการฝ่าฝืน ม.10 และ ม.76

📌 นายจ้างจึงต้องคืนเงินที่หักไว้ให้แก่ลูกจ้าง


📚 คำพิพากษาฎีกาที่เกี่ยวข้อง

คำพิพากษาฎีกาที่ 3039/2550


📋 สรุป

  • ✅ ช่างซ่อมบำรุง ไม่ใช่ลูกจ้างตาม ม.10 (ไม่รับผิดชอบเรื่องการเงิน/ทรัพย์สิน)
  • ✅ นายจ้าง ไม่มีสิทธิ์หักค่าจ้างเป็นเงินประกัน
  • ✅ นายจ้างฝ่าฝืน ม.10 และ ม.76
  • ✅ นายจ้างต้องคืนเงินที่หักไว้ให้ลูกจ้าง

📚 ข้อมูลอ้างอิง: พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน ม.10, ม.76, ประกาศกระทรวงแรงงาน 2551, ฎีกาที่ 3039/2550

⚠️ ข้อมูลนี้เป็นความรู้ทั่วไป ควรปรึกษาทนายความหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อความถูกต้อง

📚 ดอกเบี้ยในหนี้เงินที่นายจ้างจ่ายให้ลูกจ้าง ตามกฎหมายแรงงาน

📚 ดอกเบี้ยในหนี้เงินที่นายจ้างจ่ายให้ลูกจ้าง สืบเนื่องมาจากการจ้าง

สวัสดีค่ะ วันนี้มาคุยเรื่อง ดอกเบี้ยในหนี้เงินค่าจ้าง ที่นายจ้างมีหน้าที่ต้องจ่ายให้ลูกจ้าง ถ้าไม่จ่ายตามกำหนด เป็นความรู้ที่ลูกจ้างและนายจ้างควรรู้ค่ะ


1. เงินที่นายจ้างต้องจ่ายให้ลูกจ้าง มีอะไรบ้าง?

เงินที่นายจ้างตกลงจ่ายให้ลูกจ้างเป็นการตอบแทนการทำงาน หรือตามที่กฎหมายกำหนด คือ ตาม ม.9 แห่ง พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงานฯ

  • 💰 ค่าจ้าง
  • ⏰ ค่าล่วงเวลา
  • 🔸 ค่าชดเชย
  • 📢 ค่าบอกกล่าว
  • ➕ เงินตามกฎหมายกำหนดอื่นๆ

2. ถ้านายจ้างผิดนัดไม่จ่ายเงินตามกำหนด เสียดอกเบี้ยเท่าไหร่?

หากนายจ้างผิดนัดไม่จ่ายให้กับลูกจ้างตามกำหนดเวลา นายจ้างจะต้องเสียดอกเบี้ยร้อยละ 15 ต่อปี ให้กับลูกจ้าง

📈 ดอกเบี้ย 15% ต่อปี

เงินตาม ม.9 (ค่าจ้าง, ค่าล่วงเวลา, ค่าชดเชย ฯลฯ)

3. แล้วเงินประเภทอื่นๆ ที่ไม่ใช่ตาม ม.9 ล่ะ?

สำหรับเงินประเภทอื่นที่นายจ้างจ่ายให้ลูกจ้างสืบเนื่องมาจากการทำงาน แต่มิใช่เงินตาม ม.9 เช่น เงินที่จ่ายเป็นสวัสดิการ กฎหมายเดิมกำหนดให้เสียดอกเบี้ยระหว่างผิดนัดเพียง ร้อยละ 7.5 ต่อปี


4. มีการเปลี่ยนแปลงอัตราดอกเบี้ยตั้งแต่ พ.ร.ก.2564

เมื่อมีการประกาศใช้ พ.ร.ก.แก้ไขเพิ่มเติม ป.พ.พ.2564 ให้เสียดอกเบี้ยระหว่างผิดนัดเหลือเพียง ร้อยละ 5 ต่อปี

📅 ตั้งแต่วันที่ 11 เม.ย.2564 เป็นต้นไป

  • นายจ้างจ่ายเงินไม่ตรงเวลา → เสียดอกเบี้ย 5% ต่อปี
  • ถ้าไม่ได้ตกลงอัตราดอกเบี้ยไว้ชัดเจนในสัญญา

5. ถ้าลูกจ้างอยากได้ดอกเบี้ยมากกว่า 5% ต้องทำอย่างไร?

หากลูกจ้างอยากได้ดอกเบี้ยมากกว่านี้ ต้องตกลงกับนายจ้างอย่างชัดเจน เวลาทำสัญญาจ้าง หรือก่อนถึงกำหนดจ่ายเงินดังกล่าว

💡 สรุป: ต้องตกลงกำหนดอัตราดอกเบี้ยระหว่างผิดนัดไว้ที่ อย่างน้อย 3% ต่อปี หรือมากกว่า ลูกจ้างจึงจะเรียกดอกเบี้ยระหว่างผิดนัดได้ 5% ต่อปี หรือมากกว่า


📋 สรุปอัตราดอกเบี้ยระหว่างผิดนัด

ประเภทเงิน อัตราดอกเบี้ย
เงินตาม ม.9 (ค่าจ้าง, ค่าล่วงเวลา ฯลฯ) 15% ต่อปี
เงินสวัสดิการ / อื่นๆ (ก่อน 11 เม.ย.64) 7.5% ต่อปี
เงินสวัสดิการ / อื่นๆ (หลัง 11 เม.ย.64) 5% ต่อปี

💼 สรุป: ลูกจ้างควรรู้

  • ✅ นายจ้างผิดนัดจ่ายค่าจ้าง → เสียดอกเบี้ย 15% ต่อปี
  • ✅ นายจ้างผิดนัดจ่ายเงินสวัสดิการ → เสียดอกเบี้ย 5% ต่อปี
  • ✅ ถ้าต้องการดอกเบี้ยมากกว่า 5% → ต้องตกลงกันไว้ล่วงหน้าในสัญญา
  • ✅ ดอกเบี้ยนับจากวันผิดนัดจนถึงวันจ่ายจริง

📚 ข้อมูลอ้างอิง: พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน ม.9, พ.ร.ก.แก้ไขเพิ่มเติม ป.พ.พ.2564

⚠️ ข้อมูลนี้เป็นความรู้ทั่วไป ควรปรึกษาทนายความหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อความถูกต้อง

Sunday, April 19, 2026

ลาป่วยหลังวันหยุดช่วงสงกรานต์ ดีมั่ย?

🏥 ลาป่วยหลังวันหยุดช่วงสงกรานต์ ดีมั่ย?

ถ้าลูกจ้างเจ็บป่วยจริง — ก็มีสิทธิลาเพราะเป็นเรื่องที่จำเป็นที่ต้องพักฟื้นสภาพร่างกาย จิตใจ ให้พร้อมกับการทุ่มเทแรงกายและแรงใจให้สมกับค่าแรง สวัสดิการที่นายจ้างจัดหามาให้ ทั้งกฎหมายแรงงานเองก็รับรองคุ้มครองสิทธิในการลาป่วยของลูกจ้างไว้

⚠️ แต่ถ้าลาป่วยไม่จริงหรือป่วยเท็จ — (ถ้านายจ้างพิสูจน์ได้) ก็อาจเป็นการทำผิดระเบียบวินัย เพราะเป็นการละทิ้งหน้าที่การงานไปเสีย ลูกจ้างอาจถูกลงโทษทางวินัยตามระเบียบก็ได้

📌 กรณีพิเศษ: ลูกจ้างรายวัน

หากเป็น "ลูกจ้างรายวัน" อาจถือว่าลูกจ้าง ทุจริตต่อหน้าที่ ได้ หากการลาป่วยเท็จมีผลให้ลูกจ้างได้รับค่าจ้างในวันที่ลาไปโดยที่ไม่มีสิทธิจะได้


📚 ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

🔹 ฎีกาที่ 5968/2530


⚖️ ข้อมูลนี้มีไว้เพื่อความเข้าใจเบื้องต้นเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำปรึกษาทางกฎหมาย หากมีปัญหาเฉพาะราย ควรปรึกษาทนายความหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

การเลิกจ้างโดยไม่จ่ายค่าชดเชย — บทบัญญัติมาตรา 119

⚖️ การเลิกจ้างโดยไม่จ่ายค่าชดเชย — บทบัญญัติมาตรา 119

📌 หลักกฎหมาย

นายจ้างจะต้องระบุเหตุไว้ในหนังสือเลิกจ้าง หรือแจ้งให้ลูกจ้างทราบในขณะที่เลิกจ้าง (กรณีเลิกจ้างด้วยวาจา) มิฉะนั้น นายจ้างจะยกเหตุที่จะไม่จ่ายค่าชดเชยตาม ม.119(1)-(6) แห่ง พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงานฯ ขึ้นต่อสู้ภายหลังไม่ได้

🔍 ตัวอย่างกรณี

นายจ้างเลิกจ้างเป็นหนังสือระบุเหตุว่า ลูกจ้างขาดงานหรือละทิ้งหน้าที่หลายวันเพียงประการเดียว แต่พอมาให้การต่อพนักงานตรวจแรงงาน หรือให้การในชั้นศาล นายจ้างจะอ้างข้อเท็จจริงว่าที่เลิกจ้างเพราะ ลูกจ้างทุจริตต่อหน้าที่ ไม่ได้ เพราะต้องห้ามตาม ม.119 วรรคท้าย

📖 หลักจำจาก อ.เกษมสันต์ วิลาวรรณ

มาตรา 119 วรรคท้าย
ในหนังสือเลิกจ้าง ต้องอ้างเหตุไม่มีเลศมีนัย
ให้ผิดผันกล่าวไปตามความจริง ทุกสิ่งอัน
ถูกฟ้องพลัน สู้ได้ไม่แพ้คดี

⚖️ สรุปประเด็นสำคัญ

  • ต้องระบุเหตุในหนังสือเลิกจ้าง — ไม่อ้างเพิ่มภายหลังได้
  • ✅ นายจ้างไม่สามารถอ้างเหตุใหม่ที่ไม่ได้ระบุในหนังสือเลิกจ้าง
  • ✅ ห้ามยกเหตุตาม ม.119(1)-(6) ขึ้นต่อสู้ภายหลัง
  • ลูกจ้างมีสิทธิได้รับค่าชดเชย หากอายุงาน 120 วันขึ้นไป

📌 ข้อมูลเพื่อใช้อ้างอิงเท่านั้น ควรตรวจสอบกับกฎหมายที่เกี่ยวข้องประกอบด้วย

ทำไมคนทำงานราชการควรเรียนรู้ AI? 3 เหตุผลที่ตอบได้ชัดเจน

🤖 ทำไมคนทำงานราชการควรเรียนรู้ AI? ในยุคที่เทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว "AI" หรือปัญญาประดิษฐ์ ไม่ได้เป็นเร...