ถึงวันเงินเดือนออกแล้ว แต่เงินยังไม่เข้าบัญชี ถามนายจ้างก็ได้คำตอบว่า "รออีกนิด" ผ่านไปเป็นสัปดาห์ก็ยังเงียบ หลายคนไม่กล้าทวงเพราะกลัวเสียงาน หรือไม่รู้ว่าจะไปร้องเรียนที่ไหนครับ
บทความนี้แอดมินสรุปสิทธิของลูกจ้างตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 แบบอ่านง่าย พร้อมขั้นตอนยื่นคำร้อง (แบบ คร.7) ต่อพนักงานตรวจแรงงาน ซึ่งไม่ต้องจ้างทนายก็ทำได้เองครับ
1. กฎหมายกำหนดให้นายจ้างจ่ายเงินเดือนเมื่อไร (มาตรา 70)
มาตรา 70 กำหนดให้นายจ้างจ่ายค่าจ้าง ค่าล่วงเวลา (OT) ค่าทำงานในวันหยุด และเงินอื่นตามกฎหมาย "ให้ถูกต้องและตามกำหนดเวลา" โดยสรุปดังนี้ครับ
- ค่าจ้างรายเดือน รายวัน รายชั่วโมง หรือตามผลงาน ต้องจ่ายเดือนละไม่น้อยกว่า 1 ครั้ง เว้นแต่ตกลงกันในทางที่เป็นประโยชน์แก่ลูกจ้างมากกว่า เช่น จ่ายเดือนละ 2 ครั้งครับ
- ค่าจ้างแบบอื่น ให้จ่ายตามกำหนดที่ตกลงกันครับ
- ค่าล่วงเวลา ค่าทำงานในวันหยุด และค่าล่วงเวลาในวันหยุด ต้องจ่ายเดือนละไม่น้อยกว่า 1 ครั้งครับ
- ถ้านายจ้างเลิกจ้าง ต้องจ่ายค่าจ้างและเงินอื่นที่ลูกจ้างมีสิทธิได้รับ ภายใน 3 วันนับแต่วันเลิกจ้างครับ
พูดง่าย ๆ คือ ถ้าตกลงกันว่าเงินเดือนออกทุกวันที่ 25 แล้วนายจ้างไม่จ่ายภายในวันนั้น ก็ถือว่าจ่ายไม่ตรงตามกำหนดเวลาแล้วครับ
2. จ่ายช้า นายจ้างต้องเสียดอกเบี้ยและเงินเพิ่ม (มาตรา 9)
นี่คือจุดที่หลายคนไม่รู้ครับ มาตรา 9 กำหนดว่า ถ้านายจ้างไม่จ่ายค่าจ้าง ค่าล่วงเวลา ค่าทำงานในวันหยุด หรือเงินอื่นตามกฎหมายภายในเวลาที่มาตรา 70 กำหนด
- ดอกเบี้ยร้อยละ 15 ต่อปี ในระหว่างเวลาผิดนัด ข้อนี้เป็นสิทธิของลูกจ้างเมื่อนายจ้างจ่ายช้า ไม่ว่าจะตั้งใจหรือไม่ครับ
- เงินเพิ่มร้อยละ 15 ของเงินที่ค้างจ่าย ทุกระยะเวลา 7 วัน ข้อนี้ใช้เฉพาะกรณีที่นายจ้าง "จงใจ" ไม่จ่าย "โดยปราศจากเหตุผลอันสมควร" และนับเมื่อพ้นกำหนด 7 วันนับแต่วันที่ถึงกำหนดจ่ายครับ
ส่วนจะเข้าเงื่อนไข "จงใจโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร" หรือไม่ พนักงานตรวจแรงงานหรือศาลจะเป็นผู้พิจารณาจากข้อเท็จจริงเป็นราย ๆ ไปครับ
ตัวอย่างคร่าว ๆ: ค้างเงินเดือน 15,000 บาท ดอกเบี้ยร้อยละ 15 ต่อปีคิดเป็นประมาณวันละ 6.16 บาท (15,000 × 15% ÷ 365) ครับ ตัวเลขนี้เป็นเพียงตัวอย่างประกอบความเข้าใจ ยอดจริงขึ้นกับจำนวนเงินและจำนวนวันที่ค้างครับ
นอกจากนี้ มาตรา 9 วรรคสามยังกำหนดว่า ถ้านายจ้างนำเงินไปมอบไว้ต่ออธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานหรือผู้ที่อธิบดีมอบหมายเพื่อจ่ายให้ลูกจ้าง นายจ้างไม่ต้องเสียดอกเบี้ยหรือเงินเพิ่มนับตั้งแต่วันที่นำเงินไปมอบครับ
3. ลูกจ้างทำอะไรได้บ้าง
ลูกจ้างมีทางเลือกหลัก ๆ ดังนี้ครับ
- คุยและทวงเป็นลายลักษณ์อักษร ส่งข้อความทาง LINE หรืออีเมลถึงนายจ้าง เพื่อให้มีหลักฐานว่าทวงแล้วและนายจ้างตอบว่าอย่างไรครับ
- โทรปรึกษาสายด่วน 1546 ของกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (หรือสายด่วนกระทรวงแรงงาน 1506 กด 3) ครับ
- ยื่นคำร้อง คร.7 ต่อพนักงานตรวจแรงงาน ตามมาตรา 123 ทางนี้ไม่ต้องจ้างทนายครับ
- ฟ้องต่อศาลแรงงานเอง ไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมศาลครับ
ข้อควรรู้: ให้เลือกทางใดทางหนึ่งสำหรับเรื่องเดียวกัน ตามแนวปฏิบัติของกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ถ้านำเรื่องเดียวกันไปฟ้องศาลแรงงานแล้ว พนักงานตรวจแรงงานจะไม่รับคำร้องเพราะเป็นการใช้สิทธิซ้ำซ้อนครับ
4. ขั้นตอนยื่นคำร้อง คร.7 แบบง่าย ๆ
ขั้นที่ 1 เตรียมเอกสาร (ดูรายการในหัวข้อถัดไป) ครับ
ขั้นที่ 2 เลือกช่องทางยื่น มาตรา 123 กำหนดให้ยื่นต่อพนักงานตรวจแรงงานแห่งท้องที่ที่ลูกจ้างทำงานอยู่ หรือท้องที่ที่นายจ้างมีภูมิลำเนาอยู่ครับ
- ต่างจังหวัด: สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดครับ
- กรุงเทพฯ: สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานกรุงเทพมหานครพื้นที่ 1–10 ตามเขตที่ทำงานครับ
- ออนไลน์: ระบบ e-Service ของกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานที่ eservice.labour.go.th เมนู "ยื่นคำร้องเกี่ยวกับสิทธิได้รับเงิน" ครับ
ขั้นที่ 3 ให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ เจ้าหน้าที่จะสอบถามและบันทึกข้อเท็จจริง เช่น วันเริ่มงาน ตำแหน่ง อัตราค่าจ้าง วันกำหนดจ่าย และยอดที่ค้าง เล่าตามจริงและเรียงตามลำดับเหตุการณ์ครับ
ขั้นที่ 4 พนักงานตรวจแรงงานสอบสวนและออกคำสั่ง มาตรา 124 กำหนดให้สอบสวนและมีคำสั่งภายใน 60 วัน นับแต่วันที่รับคำร้อง ถ้ามีความจำเป็น ขอขยายได้อีกไม่เกิน 30 วัน ครับ
- ถ้าลูกจ้างมีสิทธิ พนักงานตรวจแรงงานจะสั่งให้นายจ้างจ่ายภายใน 30 วันนับแต่วันที่ทราบหรือถือว่าได้ทราบคำสั่งครับ
- ถ้าเห็นว่าลูกจ้างไม่มีสิทธิ จะมีคำสั่งและแจ้งเป็นหนังสือให้ทั้งสองฝ่ายทราบครับ
- ถ้านายจ้างจ่ายตามคำสั่งภายในเวลาที่กำหนด การดำเนินคดีอาญาต่อนายจ้างเป็นอันระงับไป (มาตรา 124/1) ครับ
ขั้นที่ 5 ถ้าไม่พอใจคำสั่ง มาตรา 125 ให้ฝ่ายที่ไม่พอใจนำคดีไปสู่ศาลได้ภายใน 30 วันนับแต่วันทราบคำสั่ง ถ้าไม่ฟ้องภายในกำหนด คำสั่งนั้นเป็นที่สุดครับ ถ้านายจ้างเป็นฝ่ายฟ้อง นายจ้างต้องวางเงินต่อศาลตามจำนวนที่ถึงกำหนดจ่ายตามคำสั่งก่อน จึงจะฟ้องได้ครับ
5. เอกสารที่ควรเตรียม
- บัตรประจำตัวประชาชน (หรือหนังสือเดินทางสำหรับแรงงานต่างด้าว) พร้อมสำเนาครับ
- สัญญาจ้าง หนังสือรับเข้าทำงาน หรือบัตรพนักงาน (ถ้ามี) ครับ
- สลิปเงินเดือน หรือรายการเดินบัญชี (Statement) ที่เห็นยอดและวันที่เงินเข้าครับ
- บันทึกเวลาทำงาน ตารางกะ หรือรูปถ่ายบัตรตอกเวลาครับ
- ข้อความ LINE อีเมล หรือเสียงบันทึกที่นายจ้างพูดถึงการจ่ายเงินหรือยอมรับว่าค้างครับ
- ชื่อบริษัท ชื่อนายจ้าง ที่อยู่สถานประกอบการ และเบอร์ติดต่อครับ
- ตัวเลขสรุปว่าค้างเดือนไหน กี่บาท ทำเป็นตารางสั้น ๆ ไว้ก็ช่วยได้มากครับ
ไม่มีเอกสารครบก็ยื่นได้ครับ เล่าข้อเท็จจริงให้ชัด และแจ้งเจ้าหน้าที่ว่ามีเอกสารใดเพิ่มเติมและจะนำมาเมื่อไรครับ
6. ทางเลือก: ฟ้องศาลแรงงานเอง
ถ้าไม่ยื่นคำร้องต่อพนักงานตรวจแรงงาน ลูกจ้างฟ้องนายจ้างต่อศาลแรงงานได้โดยตรงครับ จุดเด่นคือ
- ได้รับยกเว้นค่าฤชาธรรมเนียม (พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 27) ครับ
- ยื่นฟ้องเป็นหนังสือ หรือไปแถลงข้อหาด้วยวาจาต่อหน้าศาลก็ได้ (มาตรา 35) ครับ
- ศาลแรงงานเน้นการไกล่เกลี่ยก่อนครับ
ทางศาลเหมาะกับกรณีที่ต้องการเรียกเงินที่อยู่นอกอำนาจของพนักงานตรวจแรงงาน เช่น ค่าเสียหายจากการเลิกจ้างไม่เป็นธรรม หรือเรื่องที่ซับซ้อนครับ
7. อย่ารอนานเกินไป เรื่องอายุความ
ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/34 (9) สิทธิเรียกร้องค่าจ้างของลูกจ้างมีอายุความ 2 ปี ครับ ถ้าปล่อยไว้นาน นายจ้างอาจยกอายุความขึ้นต่อสู้ได้ ส่วนเงินบางประเภทอาจมีอายุความต่างออกไป และการนับอายุความในแต่ละกรณีมีรายละเอียด แอดมินจึงแนะนำว่าเมื่อเงินเดือนค้าง ให้รีบปรึกษาเจ้าหน้าที่และดำเนินการโดยเร็วที่สุดครับ
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: ยื่น คร.7 แล้วนายจ้างจะรู้ไหม?
ตอบ: รู้ครับ เพราะพนักงานตรวจแรงงานต้องเรียกนายจ้างมาให้ข้อเท็จจริงด้วย ถ้ากังวลเรื่องการถูกกลั่นแกล้ง ให้แจ้งเจ้าหน้าที่ตั้งแต่ตอนยื่นครับ
ถาม: ยื่นคำร้องเสียค่าใช้จ่ายไหม?
ตอบ: การยื่นคำร้องต่อพนักงานตรวจแรงงานไม่ต้องจ้างทนาย และโดยทั่วไปไม่มีค่าธรรมเนียมครับ สอบถามเพิ่มเติมได้ที่สายด่วน 1546 ครับ
ถาม: ยังทำงานอยู่ ยื่นได้ไหม หรือต้องลาออกก่อน?
ตอบ: ยื่นได้ครับ มาตรา 123 ให้สิทธิลูกจ้างยื่นคำร้องเมื่อนายจ้างไม่ปฏิบัติตามสิทธิได้รับเงิน โดยไม่ได้กำหนดว่าต้องออกจากงานก่อนครับ
ถาม: นายจ้างจ่ายช้าแค่ 2–3 วัน ได้ดอกเบี้ยไหม?
ตอบ: ตามมาตรา 9 ดอกเบี้ยร้อยละ 15 ต่อปีคิดในระหว่างเวลาผิดนัดครับ ยอดจะไม่มากถ้าช้าไม่กี่วัน แต่ถือเป็นสิทธิครับ ส่วนเงินเพิ่มร้อยละ 15 ทุก 7 วัน ใช้เฉพาะกรณีจงใจไม่จ่ายโดยไม่มีเหตุผลอันสมควรครับ
ถาม: ลูกจ้างเสียชีวิตแล้ว ใครยื่นแทนได้?
ตอบ: ทายาทโดยธรรมของลูกจ้างมีสิทธิยื่นคำร้องได้ตามมาตรา 123 วรรคสองครับ
ถาม: นายจ้างไม่ยอมจ่ายแม้มีคำสั่งแล้ว ทำอย่างไร?
ตอบ: แจ้งพนักงานตรวจแรงงานที่รับเรื่องไว้ เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนต่อไปครับ เพราะการไม่จ่ายค่าจ้างตามมาตรา 70 มีโทษอาญาตามมาตรา 144 ด้วยครับ
สรุป
เงินเดือนเป็นสิทธิของลูกจ้าง ไม่ใช่ความกรุณาของนายจ้างครับ ถ้าจ่ายช้า ลูกจ้างมีสิทธิได้ดอกเบี้ยร้อยละ 15 ต่อปี และอาจได้เงินเพิ่มถ้านายจ้างจงใจไม่จ่าย เก็บหลักฐานให้ดี โทรปรึกษา 1546 แล้วยื่น คร.7 ได้ทั้งที่สำนักงานและทางออนไลน์ครับ
แหล่งอ้างอิง
- พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 9, 70, 123, 124, 124/1, 125 และ 144 ฉบับรวมของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (แก้ไขถึงฉบับที่ 9 พ.ศ. 2568) ครับ
- พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 27 และ 35 ครับ
- ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/34 (9) ครับ
- กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน: ระบบ e-Service (eservice.labour.go.th) และสายด่วน 1546 ครับ
ข้อสงวนสิทธิ์: บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อความรู้ ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมายสำหรับกรณีใดกรณีหนึ่ง ข้อเท็จจริงของแต่ละคนอาจทำให้ผลต่างกันไป และกฎหมายอาจมีการแก้ไขได้ ควรตรวจสอบกับพนักงานตรวจแรงงาน สายด่วน 1546 หรือผู้เชี่ยวชาญกฎหมายก่อนตัดสินใจครับ — แอดมิน MindKool



