Sunday, November 1, 2026

ใช้ AI ช่วยทำงานแบบง่าย ๆ สำหรับมือใหม่ 8 งานที่ทำได้ทันที พร้อมคำสั่งก๊อปไปใช้ได้เลย

ภาพปกบทความสอนใช้ AI แชตบอตฟรีช่วยงานออฟฟิศ

ใช้ AI ช่วยทำงานแบบง่าย ๆ สำหรับมือใหม่ 8 งานที่ทำได้ทันที พร้อมคำสั่งก๊อปไปใช้ได้เลย

สวัสดีครับ แอดมินเองครับ สองโพสต์ที่แล้วเราคุยเรื่องกฎหมายแรงงานกันแบบจริงจังไปแล้ว วันนี้ขอพักสมองมาคุยเรื่องเบา ๆ ที่ใช้ได้ทุกวันครับ คือ การใช้ AI แชตบอตช่วยทำงานออฟฟิศ ไม่ต้องเขียนโปรแกรมเป็น ไม่ต้องจ่ายเงิน แค่พิมพ์คุยเหมือนแชตกับเพื่อนก็ใช้ได้แล้วครับ

ตอบสั้น ๆ

AI แชตบอตอย่าง ChatGPT, Gemini, Grok และ Claude มีเวอร์ชันใช้ฟรี (มีโควตาจำกัด) ใช้ช่วย สรุปเอกสาร ร่างอีเมล เกลาคำให้สุภาพ ทำตาราง คิดไอเดีย แปลภาษา วางแผนงาน และคิดสูตร Excel ได้ เคล็ดลับคือสั่งให้ชัดด้วยสูตร "บทบาท + งาน + รายละเอียด + รูปแบบ" และจำไว้ 2 ข้อครับ ห้ามใส่ข้อมูลส่วนตัวหรือความลับบริษัท และ ตรวจทานทุกครั้ง เพราะ AI ตอบผิดได้

AI แชตบอตคืออะไร (ฉบับภาษาบ้าน ๆ)

ให้นึกภาพ ผู้ช่วยที่อ่านหนังสือมาเยอะมาก และพิมพ์ตอบเราได้ทันทีครับ เราพิมพ์ถามหรือสั่งเป็นภาษาไทยธรรมดา มันก็ตอบกลับเป็นข้อความ ร่างจดหมาย ตาราง หรือรายการให้ได้ แต่ผู้ช่วยคนนี้มีนิสัยอย่างหนึ่งที่ต้องรู้ไว้ คือ บางครั้งพูดผิดด้วยน้ำเสียงมั่นใจมาก เพราะมันเรียบเรียงคำตอบจากรูปแบบภาษาที่เคยเรียนมา ไม่ได้ "รู้จริง" ทุกเรื่องแบบคน เราจึงควรใช้มันเป็น ผู้ช่วยร่างงาน ส่วนคนตัดสินใจและตรวจงานขั้นสุดท้ายต้องเป็นเราเองครับ

เริ่มใช้ได้ที่ไหนบ้าง

ตัวที่คนไทยใช้กันเยอะ สมัครด้วยอีเมลแล้วใช้ฟรีได้ทั้งบนเว็บและแอปมือถือครับ

ชื่อผู้พัฒนาเข้าใช้ที่
ChatGPTOpenAIchatgpt.com หรือแอป ChatGPT
GeminiGooglegemini.google.com หรือแอป Gemini (ใช้บัญชี Google ได้เลย)
GrokxAIgrok.com หรือแอป Grok
ClaudeAnthropicclaude.ai หรือแอป Claude

ข้อมูล ณ พฤศจิกายน 2569 จากหน้าแผนบริการของแต่ละเจ้า · เวอร์ชันฟรีทุกตัว มีโควตาการใช้งานจำกัด และมักได้ใช้รุ่นที่เล็กกว่าแบบเสียเงิน ส่วนจำนวนข้อความและฟีเจอร์ที่ได้ เปลี่ยนแปลงบ่อยและบางเจ้าไม่ได้ประกาศตัวเลขแน่นอน ใช้เท่าไหร่ดูได้ในเมนูตั้งค่าของแต่ละแอปครับ

สำหรับงานออฟฟิศทั่วไปที่จะเล่าต่อไปนี้ เวอร์ชันฟรีตัวไหนก็ทำได้ครับ ลองเล่นสักสองสามตัวแล้วเลือกตัวที่ถูกใจก็ได้ คำสั่งตัวอย่างในโพสต์นี้ใช้ได้กับทุกตัวครับ

8 งานที่ให้ AI ช่วยได้ทันที

1. สรุปเอกสารยาว ๆ

ได้รับรายงาน 20 หน้า หนังสือเวียน หรือบันทึกประชุมยาวเหยียด แต่มีเวลาอ่านแค่ 5 นาที ให้ AI สรุปประเด็นสำคัญก่อน แล้วค่อยเปิดอ่านเฉพาะส่วนที่เกี่ยวกับเราครับ วางข้อความลงไปตรง ๆ หรือแนบไฟล์ก็ได้ (ถ้าแอปนั้นรองรับ)

📋 ตัวอย่างคำสั่ง (ก๊อปไปวางแล้วแก้ส่วนในวงเล็บได้เลย)

ช่วยสรุปเอกสารด้านล่างนี้ให้หน่อยครับ - สรุปเป็นข้อ ๆ ไม่เกิน 5 ข้อ ใช้ภาษาง่าย - บอกว่ามีอะไรที่ผมต้องทำ และกำหนดส่งวันไหน (ถ้ามี) - ถ้ามีตัวเลขสำคัญ ให้ยกมาด้วย [วางข้อความเอกสารตรงนี้]

2. ร่างอีเมลหรือหนังสือ

เวลาต้องเขียนอีเมลขอข้อมูล ขอเลื่อนนัด หรือแจ้งข่าว แต่นึกคำขึ้นต้นไม่ออก ให้ AI ร่างโครงให้ก่อน แล้วเราแก้ให้เป็นสำนวนตัวเองครับ

📋 ตัวอย่างคำสั่ง (ก๊อปไปวางแล้วแก้ส่วนในวงเล็บได้เลย)

ช่วยร่างอีเมลภาษาไทยแบบสุภาพ ถึง [คุณสมศรี ฝ่ายจัดซื้อ] เรื่อง ขอเลื่อนประชุมจากวันพุธเป็นวันศุกร์ เวลาเดิม 10.00 น. เหตุผล: [ข้อมูลยอดขายยังไม่ครบ] ความยาวไม่เกิน 6 บรรทัด ปิดท้ายด้วยการขอบคุณ

3. เกลาข้อความให้สุภาพและนุ่มนวลขึ้น

เขียนเสร็จแล้วรู้สึกว่าห้วนไป หรือกำลังหงุดหงิดแล้วกลัวพิมพ์แรงเกิน ให้ AI ช่วยปรับน้ำเสียงก่อนกดส่งครับ

📋 ตัวอย่างคำสั่ง (ก๊อปไปวางแล้วแก้ส่วนในวงเล็บได้เลย)

ช่วยปรับข้อความนี้ให้สุภาพ นุ่มนวล แต่ยังชัดเจนว่าต้องการให้ส่งงานภายในวันพรุ่งนี้ ขอ 2 แบบ: แบบทางการ และแบบเป็นกันเอง ข้อความเดิม: "งานที่สั่งไปทำไมยังไม่ส่ง พรุ่งนี้ต้องได้นะ"

4. จัดโน้ตยุ่ง ๆ ให้เป็นตาราง

จดโน้ตไว้กระจัดกระจาย ทั้งชื่อคน งาน และกำหนดส่ง ให้ AI เรียงเป็นตารางสวย ๆ แล้วก๊อปไปวางใน Excel หรือ Word ได้เลยครับ

📋 ตัวอย่างคำสั่ง (ก๊อปไปวางแล้วแก้ส่วนในวงเล็บได้เลย)

ช่วยจัดโน้ตด้านล่างเป็นตาราง มีคอลัมน์: งาน / ผู้รับผิดชอบ / กำหนดส่ง / สถานะ ถ้าข้อมูลช่องไหนไม่มี ให้เว้นว่างไว้ ห้ามเดาเอง โน้ต: ประชุม 3/11 พี่เอกทำสไลด์ส่งศุกร์นี้ น้องบีเช็กงบ ยังไม่เริ่ม ผมโทรหาลูกค้าเสร็จแล้ว

5. ระดมความคิด

คิดชื่อโครงการ หัวข้อกิจกรรม หรือวิธีแก้ปัญหาไม่ออก ให้ AI โยนไอเดียมาเยอะ ๆ ก่อน แล้วเราเลือกและปรับเอง ได้ผลดีกว่านั่งคิดคนเดียวครับ

📋 ตัวอย่างคำสั่ง (ก๊อปไปวางแล้วแก้ส่วนในวงเล็บได้เลย)

ช่วยคิดไอเดียกิจกรรมสร้างความสัมพันธ์ในทีม 10 ไอเดีย - ทีมมี 12 คน งบไม่เกิน [3,000] บาท ทำในออฟฟิศได้ ใช้เวลาไม่เกิน 1 ชั่วโมง - เขียนเป็นตาราง: ชื่อกิจกรรม / วิธีเล่นสั้น ๆ / อุปกรณ์ที่ต้องใช้

6. แปลภาษา

แปลอีเมลภาษาอังกฤษจากลูกค้า หรือเขียนตอบเป็นภาษาอังกฤษ AI ช่วยได้ดีและบอกน้ำเสียงได้ด้วยครับ ถ้าเป็นเอกสารสำคัญหรือสัญญา ควรให้คนที่รู้ภาษาตรวจอีกรอบนะครับ

📋 ตัวอย่างคำสั่ง (ก๊อปไปวางแล้วแก้ส่วนในวงเล็บได้เลย)

ช่วยแปลอีเมลนี้เป็นภาษาไทยให้เข้าใจง่าย แล้วบอกว่าผู้ส่งต้องการอะไรจากผม จากนั้นช่วยร่างคำตอบเป็นภาษาอังกฤษแบบสุภาพ สั้น ๆ ว่า [ยินดีส่งใบเสนอราคาให้ภายในวันศุกร์] [วางอีเมลภาษาอังกฤษตรงนี้]

7. วางแผนตารางงาน

มีงานหลายอย่างชนกันในสัปดาห์เดียว ให้ AI ช่วยจัดลำดับและแบ่งเวลา จะเห็นภาพรวมชัดขึ้นครับ

📋 ตัวอย่างคำสั่ง (ก๊อปไปวางแล้วแก้ส่วนในวงเล็บได้เลย)

ช่วยวางแผนงานสัปดาห์นี้ (จันทร์–ศุกร์ ทำงาน 08.30–16.30 น. พักเที่ยง 1 ชั่วโมง) งานที่มี: - ทำรายงานประจำเดือน (ใช้เวลาประมาณ 6 ชั่วโมง ส่งพฤหัสบดี) - ประชุมทีม วันอังคาร 10.00–11.00 น. - ตอบอีเมลลูกค้าทุกวัน วันละประมาณ 30 นาที จัดเป็นตารางรายวัน และเผื่อเวลาสำรองไว้ด้วย

8. ช่วยคิดสูตร Excel

ไม่ต้องจำสูตรเองครับ แค่บอก AI ว่าข้อมูลอยู่คอลัมน์ไหน และอยากได้ผลลัพธ์แบบไหน มันจะเขียนสูตรพร้อมอธิบายให้

📋 ตัวอย่างคำสั่ง (ก๊อปไปวางแล้วแก้ส่วนในวงเล็บได้เลย)

ใน Excel ผมมีข้อมูลดังนี้ - คอลัมน์ A = ชื่อพนักงาน, คอลัมน์ B = ฝ่าย, คอลัมน์ C = ยอดขาย (แถว 2 ถึง 200) อยากได้สูตรรวมยอดขายเฉพาะฝ่าย "ขายปลีก" ขอสูตรพร้อมอธิบายทีละส่วนแบบคนไม่เก่ง Excel เข้าใจได้

ตัวอย่างข้อ 8 ปกติ AI จะตอบประมาณ =SUMIF(B2:B200,"ขายปลีก",C2:C200) ครับ ถ้าวางสูตรแล้ว Excel ฟ้องว่าผิด ลองเปลี่ยนเครื่องหมายจุลภาค , เป็นอัฒภาค ; เพราะเครื่องที่ตั้งค่าภูมิภาคต่างกันใช้ตัวคั่นต่างกัน หรือจะก๊อปข้อความที่ Excel ฟ้องกลับไปถาม AI ต่อก็ได้ครับ

สูตรสั่งงาน AI ให้ได้ผลดี: บทบาท + งาน + รายละเอียด + รูปแบบ

ถ้าสั่งสั้น ๆ ว่า "เขียนอีเมลให้หน่อย" AI ก็ต้องเดาเองเกือบทั้งหมด ผลที่ได้จึงมักกลาง ๆ ใช้จริงไม่ค่อยได้ครับ ลองใส่ 4 ส่วนนี้ดู คำตอบจะตรงใจขึ้นมาก

ส่วนถามตัวเองว่าตัวอย่าง
บทบาทอยากให้ AI เป็นใคร"คุณคือเลขานุการฝ่ายบุคคลที่เขียนหนังสือราชการเก่ง"
งานอยากให้ทำอะไร"ช่วยร่างประกาศแจ้งวันหยุดสิ้นปี"
รายละเอียดข้อมูลที่ AI ต้องรู้มีอะไร"หยุด 30 ธ.ค.–2 ม.ค. ฝ่ายผลิตมีเวรวันที่ 31"
รูปแบบอยากได้หน้าตาแบบไหน"ยาวไม่เกินครึ่งหน้า แบ่งเป็นข้อ ภาษาทางการ"

เอามารวมกันเป็นคำสั่งเดียวได้แบบนี้ครับ

📋 ตัวอย่างคำสั่ง (ก๊อปไปวางแล้วแก้ส่วนในวงเล็บได้เลย)

คุณคือเลขานุการฝ่ายบุคคลที่เขียนหนังสือเก่ง ช่วยร่างประกาศแจ้งวันหยุดสิ้นปีถึงพนักงานทุกคน รายละเอียด: หยุดวันที่ 30 ธันวาคม ถึง 2 มกราคม กลับมาทำงานวันที่ 3 มกราคม ฝ่ายผลิตมีเวรวันที่ 31 ธันวาคม ให้ติดต่อหัวหน้าฝ่าย รูปแบบ: ภาษาทางการ แบ่งเป็นข้อ ยาวไม่เกินครึ่งหน้า A4

เคล็ดลับเพิ่มเติม ถ้าได้คำตอบที่ยังไม่ถูกใจ ไม่ต้องเริ่มใหม่ครับ พิมพ์ต่อในแชตเดิมได้เลย เช่น "สั้นลงอีกครึ่งหนึ่ง" "เป็นกันเองขึ้นหน่อย" "เปลี่ยนเป็นตาราง" หรือ "ถามผมกลับมาก่อนว่าต้องรู้ข้อมูลอะไรเพิ่ม" คุยไปปรับไปแบบนี้มักได้งานดีที่สุดครับ

ข้อควรระวัง: ใช้ AI ให้ปลอดภัย

⚠️ จำไว้ 4 ข้อก่อนกดส่งทุกครั้ง

  1. ไม่ใส่ข้อมูลส่วนตัว เช่น เลขบัตรประชาชน เบอร์โทร ที่อยู่ เลขบัญชี เงินเดือน ข้อมูลสุขภาพ ทั้งของเราและของคนอื่น ถ้าจำเป็นต้องใช้ข้อความนั้น ให้เปลี่ยนเป็น "นาย ก." หรือ "บริษัท X" ก่อนครับ
  2. ไม่ใส่ความลับของบริษัท เช่น สัญญา ราคาทุน ข้อมูลลูกค้า แผนธุรกิจ และควรถามหัวหน้าหรือดูนโยบายบริษัทก่อนว่าอนุญาตให้ใช้ AI กับงานแบบไหน
  3. ตรวจข้อเท็จจริงทุกครั้ง ตัวเลข วันที่ ชื่อคน ข้อกฎหมาย และแหล่งอ้างอิงที่ AI ให้มา อาจผิดหรือแต่งขึ้นมาเองได้ เรื่องสำคัญต้องเช็กกับต้นฉบับหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องครับ
  4. เราเป็นคนรับผิดชอบงานเสมอ อ่านทวนก่อนส่งทุกครั้ง อย่าก๊อปไปส่งทั้งดุ้น

อีกเรื่องที่ควรรู้ครับ เวอร์ชันฟรีของบางเจ้า อาจนำบทสนทนาไปใช้พัฒนา AI ถ้าเราไม่ได้ปิดไว้ เช่น ChatGPT ระบุในหน้าช่วยเหลือว่าบัญชีส่วนตัวเปิดการแบ่งปันข้อมูลไว้เป็นค่าเริ่มต้น ปิดได้ที่ Settings → Data controls → Improve the model for everyone และมีโหมด Temporary chat ที่ไม่เก็บในประวัติแชต ส่วน Gemini, Grok และ Claude ก็มีเมนูตั้งค่าความเป็นส่วนตัวของตัวเอง ชื่อเมนูอาจต่างกันไป แนะนำให้เข้าไปดูสักครั้งครับ แต่ถึงจะปิดแล้ว ข้อมูลลับก็ยังไม่ควรใส่อยู่ดีครับ

คำถามที่พบบ่อย

ถาม: ใช้ฟรีได้จริงไหม ต้องผูกบัตรเครดิตหรือเปล่า

ตอบ: ทั้ง 4 ตัวมีเวอร์ชันฟรีที่สมัครด้วยอีเมลหรือบัญชีที่มีอยู่แล้วได้ครับ สำหรับเวอร์ชันฟรีไม่จำเป็นต้องผูกบัตร แต่จะมีโควตา ถ้าใช้หนัก ๆ อาจต้องรอสักพักก่อนใช้ต่อ หรือได้ใช้ฟีเจอร์บางอย่างน้อยลง รายละเอียดเปลี่ยนบ่อย ดูได้ในหน้าตั้งค่าหรือหน้าแผนบริการของแต่ละเจ้าครับ

ถาม: พิมพ์ภาษาไทยได้ไหม

ตอบ: ได้ครับ ทุกตัวเข้าใจและตอบภาษาไทยได้ดีพอสมควร บางครั้งสำนวนอาจแข็ง ๆ หรือใช้คำแปลก ๆ บ้าง ให้สั่งเพิ่มว่า "ใช้ภาษาไทยที่คนทั่วไปพูดกัน" หรือแก้คำเองตอนตรวจทานครับ

ถาม: ตัวไหนเก่งที่สุด

ตอบ: ไม่มีคำตอบตายตัวครับ แต่ละตัวอัปเดตบ่อยมาก และถนัดงานต่างกันเล็กน้อย สำหรับงานออฟฟิศพื้นฐานในโพสต์นี้ ทุกตัวทำได้ใกล้เคียงกัน วิธีที่ดีที่สุดคือเอางานจริงของเราไปลองกับ 2–3 ตัว แล้วเลือกตัวที่ถนัดมือครับ

ถาม: ใช้ AI ทำงานแล้วจะโดนหัวหน้ามองว่าขี้เกียจไหม

ตอบ: ขึ้นกับนโยบายของแต่ละที่ครับ หลายองค์กรสนับสนุนให้ใช้ แต่บางที่ห้ามใช้กับข้อมูลบางประเภท ทางที่ดีคือถามให้ชัด และใช้ AI เป็นตัวช่วยร่าง ส่วนเนื้อหา ความถูกต้อง และการตัดสินใจยังเป็นของเราครับ

ถาม: AI ตอบผิดบ่อยไหม ถ้าผิดจะรู้ได้ยังไง

ตอบ: ผิดได้ครับ โดยเฉพาะตัวเลข ข่าวล่าสุด ข้อกฎหมาย และชื่อหนังสือหรือเว็บไซต์อ้างอิง วิธีสังเกตง่าย ๆ คือถามกลับว่า "ข้อมูลนี้มาจากไหน" แล้วไปเปิดดูต้นฉบับเอง ถ้าเป็นเรื่องที่เรารู้อยู่แล้ว ให้ใช้ AI ช่วยเรียบเรียง ไม่ใช่ช่วยหาคำตอบครับ

สรุป

เริ่มง่าย ๆ ครับ เปิด AI สักตัว แล้วลองเอางานที่ทำซ้ำทุกวันไปให้ช่วย อย่างสรุปเอกสาร ร่างอีเมล หรือจัดตาราง สั่งด้วยสูตร บทบาท + งาน + รายละเอียด + รูปแบบ ไม่ใส่ข้อมูลส่วนตัวหรือความลับ และตรวจทานทุกครั้งก่อนใช้จริง ทำแบบนี้สักสัปดาห์ จะรู้สึกเลยครับว่างานเบาลงเยอะ ถ้าใครมีวิธีใช้ AI เจ๋ง ๆ หรือมีคำสั่งที่ใช้แล้วได้ผลดี มาแชร์กันในคอมเมนต์ได้เลยครับ


แหล่งอ้างอิง (ตรวจเมื่อ 1 พฤศจิกายน 2569): หน้าแผนบริการ ChatGPT และ ChatGPT Free Tier FAQ (OpenAI) · Data controls in ChatGPT (OpenAI Help Center) · หน้าแผนบริการ Claude (Anthropic) · หน้าแผนบริการ Grok (xAI) · บทความเปรียบเทียบเวอร์ชันฟรีของ ChatGPT, Gemini และ Claude จากสื่อเทคโนโลยี (แหล่งรอง) · รายละเอียดแผนบริการอาจเปลี่ยนหลังวันที่ตรวจครับ

บทความนี้เป็นความรู้ทั่วไปจากประสบการณ์การใช้งาน ไม่ได้รับการสนับสนุนจากผู้ให้บริการรายใด ชื่อผลิตภัณฑ์เป็นเครื่องหมายการค้าของเจ้าของแต่ละราย โปรดอ่าน ข้อจำกัดความรับผิด และปฏิบัติตามนโยบายขององค์กรคุณก่อนใช้ AI กับงานจริงครับ

เขียนโดย: แอดมิน

ถูกให้ออกทันที ได้ค่าบอกกล่าวล่วงหน้าเท่าไหร่? วิธีคิดตาม ม.17 และ ม.17/1 ปี 2569

วิธีคิดค่าบอกกล่าวล่วงหน้าตามมาตรา 17 และ 17/1 พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน

ถูกให้ออกทันที ได้ค่าบอกกล่าวล่วงหน้าเท่าไหร่? วิธีคิดตาม ม.17 และ ม.17/1 ปี 2569

สวัสดีครับ แอดมินเองครับ โพสต์ที่แล้วเราคุยเรื่อง ค่าชดเชยตามมาตรา 118 ไปแล้ว วันนี้มาต่อเรื่องที่มักมาคู่กันครับ คือ "ค่าบอกกล่าวล่วงหน้า" หรือที่กฎหมายและศาลเรียกว่า "สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า" เงินก้อนนี้หลายคนไม่รู้ว่ามีสิทธิ เพราะคิดว่าถูกเลิกจ้างแล้วได้แค่ค่าชดเชยอย่างเดียว บทความนี้อ้างอิงพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 ฉบับรวมที่แก้ไขเพิ่มเติมถึงฉบับที่ 9 พ.ศ. 2568 และประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ครับ

ตอบสั้น ๆ

ถ้าเป็น สัญญาจ้างที่ไม่มีกำหนดระยะเวลา (รวมถึงช่วง ทดลองงาน) นายจ้างที่จะเลิกจ้างต้องบอกล่วงหน้า ในวันจ่ายค่าจ้างหรือก่อนวันจ่ายค่าจ้างงวดใดงวดหนึ่ง แล้วการเลิกจ้างจะมีผลใน วันจ่ายค่าจ้างงวดถัดไป แต่ไม่ต้องบอกล่วงหน้าเกิน 3 เดือน (มาตรา 17) ถ้านายจ้างให้ออกทันทีโดยไม่บอกล่วงหน้าให้ถูกต้อง ต้องจ่าย เงินเท่ากับค่าจ้างตั้งแต่วันที่ให้ออกจนถึงวันที่การเลิกจ้างควรมีผล และต้องจ่าย ในวันที่ให้ออกจากงาน (มาตรา 17/1) ถ้าไม่จ่าย ต้องเสียดอกเบี้ยร้อยละ 15 ต่อปี (มาตรา 9) เงินนี้ ไม่ขึ้นกับอายุงาน และได้ แยกต่างหากจากค่าชดเชย ครับ

ค่าบอกกล่าวล่วงหน้าคืออะไร

กฎหมายไม่ได้ห้ามนายจ้างเลิกจ้างครับ แต่ให้ลูกจ้างมีเวลาตั้งตัวก่อน มาตรา 17 วรรคสองจึงกำหนดให้คู่สัญญาที่จะเลิกสัญญาจ้างที่ไม่มีกำหนดระยะเวลา ต้องบอกอีกฝ่ายล่วงหน้า ส่วนวรรคสามให้นายจ้างเลือกได้ว่า แทนที่จะให้ลูกจ้างทำงานต่อจนครบกำหนด จะ จ่ายค่าจ้างให้ครบจนถึงวันเลิกสัญญาแล้วให้ออกทันที ก็ได้

ถ้านายจ้างไม่บอกล่วงหน้าเลย หรือบอกช้าเกินไป มาตรา 17/1 (เพิ่มโดยฉบับที่ 7 พ.ศ. 2562) บังคับให้จ่ายเงิน "เท่ากับค่าจ้างที่ลูกจ้างควรจะได้รับนับแต่วันที่ให้ลูกจ้างออกจากงานจนถึงวันที่การเลิกสัญญาจ้างมีผล" เงินก้อนนี้แหละครับที่เราเรียกกันว่าค่าบอกกล่าวล่วงหน้า

ข้อสังเกตคือ ตำรากฎหมายแรงงานอธิบายว่าเงินนี้ ไม่ใช่ "ค่าจ้าง" ตามมาตรา 5 เพราะเป็นเงินที่จ่ายให้โดยลูกจ้างไม่ได้ทำงาน แต่ใช้ค่าจ้างเป็นตัวคำนวณ ผลที่ตามมาเรื่องอายุความจะเล่าด้านล่างครับ

สัญญาแบบไหนต้องบอกล่วงหน้า

ลักษณะสัญญาจ้าง ต้องบอกล่วงหน้าไหม
ไม่มีกำหนดระยะเวลา (พนักงานประจำทั่วไป)ต้องบอก (มาตรา 17 วรรคสอง)
สัญญาทดลองงานต้องบอก กฎหมายให้ถือว่าเป็นสัญญาที่ไม่มีกำหนดระยะเวลา (มาตรา 17 วรรคสอง)
มีกำหนดระยะเวลา และสิ้นสุดตามกำหนดนั้นไม่ต้องบอก สัญญาสิ้นสุดเอง (มาตรา 17 วรรคหนึ่ง)
มีกำหนดระยะเวลา แต่นายจ้างเลิกก่อนครบกำหนดตำราอธิบายว่า ต้องบอก เพราะไม่ใช่กรณีสัญญาสิ้นสุดเองตามกำหนด
ครบสัญญาแล้วยังให้ทำงานต่อและจ่ายค่าจ้างต่อถือว่าทำสัญญาใหม่แบบเดิม ซึ่งเลิกได้ด้วยการบอกกล่าว (ป.พ.พ. มาตรา 581) ตำราจึงอธิบายว่า ต้องบอก

ที่มา: พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน มาตรา 17 (แก้ไขโดยฉบับที่ 2 พ.ศ. 2551) · ป.พ.พ. มาตรา 581 · สองแถวล่างเป็นคำอธิบายจากตำรากฎหมายแรงงานครับ

ต้องบอกล่วงหน้านานแค่ไหน

หลายคนเข้าใจว่าต้องบอกล่วงหน้า 30 วัน จริง ๆ แล้วกฎหมายไม่ได้นับเป็นวันครับ แต่นับตาม "งวดจ่ายค่าจ้าง" หลักคือ บอกในวันจ่ายค่าจ้างหรือก่อนวันจ่ายค่าจ้างงวดหนึ่ง แล้วการเลิกจ้างจะมีผลในวันจ่ายค่าจ้างงวดถัดไป และไม่ต้องบอกล่วงหน้าเกิน 3 เดือน

ถ้าบริษัทจ่ายค่าจ้าง ตัวอย่าง: แจ้งเลิกจ้างวันที่ 20 เม.ย.
เดือนละครั้ง ทุกสิ้นเดือนบอกก่อนงวด 30 เม.ย. จึงมีผลเร็วที่สุดวันที่ 31 พ.ค.
เดือนละ 2 ครั้ง (15 และสิ้นเดือน)บอกก่อนงวด 30 เม.ย. จึงมีผลเร็วที่สุดวันที่ 15 พ.ค.
ทุกวันที่ 25บอกก่อนงวด 25 เม.ย. จึงมีผลเร็วที่สุดวันที่ 25 พ.ค.

ตัวอย่างในตารางแอดมินคำนวณตามหลักมาตรา 17 วรรคสอง ซึ่งตรงกับตัวอย่างในตำรากฎหมายแรงงานครับ

เรื่องปลีกย่อยที่ควรรู้ครับ

  • บอกด้วยวาจาได้ไหม แม้มาตรา 17 จะเขียนว่า "เป็นหนังสือ" แต่ตำรายกแนวคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6701/2549 ว่าบอกด้วยวาจาก็ได้ (สรุปจากตำรา ยังไม่ได้เทียบกับคำพิพากษาฉบับเต็ม) ทางที่ดีลูกจ้างควรขอเป็นหนังสือไว้เป็นหลักฐานครับ
  • นับจากวันที่ลูกจ้างรู้ ตำราอธิบายว่าถ้าส่งหนังสือไปถึงลูกจ้างช้า ต้องนับจากวันที่หนังสือไปถึง ไม่ใช่วันที่ลงในหนังสือ
  • ใช้วันจ่ายเงินจริง ถ้าวันจ่ายเงินจริงต่างจากที่เขียนในข้อบังคับ ตำราอธิบายว่าต้องดูข้อเท็จจริงเป็นราย ๆ ไป ส่วนคู่มือของกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานแนะให้ยึดตามที่ปฏิบัติกันจริง
  • ตกลงให้บอกนานกว่านี้ได้ แต่สั้นกว่านี้ไม่ได้ ตำราอธิบายว่าสัญญาที่ให้บอกล่วงหน้านานกว่าหนึ่งงวด เช่น 3 เดือน ใช้บังคับได้ แต่ข้อตกลงที่ตัดสิทธิหรือให้บอกน้อยกว่าที่กฎหมายกำหนดใช้ไม่ได้
  • หนังสือเตือนไม่ใช่การบอกกล่าวล่วงหน้า การบอกกล่าวต้องชัดว่าจะเลิกจ้างเมื่อไหร่

คิดเงินยังไง แยกตามประเภทลูกจ้าง

สูตรตามมาตรา 17/1 มีข้อเดียวครับ คือ ค่าจ้างที่ลูกจ้างควรจะได้รับ ตั้งแต่วันที่ให้ออก จนถึงวันที่การเลิกจ้างควรมีผล ในทางปฏิบัติแยกได้แบบนี้ครับ

  • ลูกจ้างรายเดือน: เดือนเต็มคิดเท่าเงินเดือน ส่วนเศษของเดือนคิดเป็นรายวัน โดยใช้เงินเดือน ÷ 30
  • ลูกจ้างรายวัน: เอาค่าจ้างรายวันคูณ จำนวนวันทำงาน ในช่วงนั้น คู่มือของกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานแนะว่า ไม่ต้องนับวันหยุดประจำสัปดาห์ เพราะลูกจ้างรายวันไม่มีสิทธิได้ค่าจ้างวันหยุดประจำสัปดาห์อยู่แล้ว (มาตรา 56 (1)) แอดมินเห็นว่าถ้ามีวันหยุดตามประเพณีอยู่ในช่วงนั้น ลูกจ้างรายวันควรได้ค่าจ้างวันนั้นด้วย เพราะมาตรา 56 (2) ให้ได้ค่าจ้างวันหยุดตามประเพณี
  • ลูกจ้างที่มีค่าคอมมิชชั่นหรือค่าเที่ยว: ถ้าเงินนั้นเป็น "ค่าจ้าง" (จ่ายตามผลงานที่ทำในเวลาทำงานปกติ) ก็ต้องนำมาคิดด้วย แต่ กฎหมายไม่ได้กำหนดสูตรไว้ และคู่มือของกรมยกตัวอย่างคดีที่ศาลใช้เฉพาะเงินเดือน เพราะช่วงนั้นลูกจ้างไม่ได้มีค่าเที่ยว กรณีนี้จึงต้องดูหลักฐานเป็นราย ๆ ไปครับ
  • เงินที่ไม่ใช่ค่าจ้าง เช่น ค่าล่วงเวลา (OT) หรือสวัสดิการบางประเภท โดยทั่วไปไม่นำมาคิด

ตัวอย่างคำนวณ 3 แบบ

ตัวอย่างที่ 1: รายเดือน 18,000 บาท ถูกให้ออกกลางเดือน

บริษัทจ่ายเงินเดือนทุกสิ้นเดือน วันที่ 15 เม.ย. 2569 หัวหน้าเรียกนายเอไปบอกว่า "พรุ่งนี้ไม่ต้องมาแล้ว" โดยจ่ายเงินเดือนถึงวันที่ 15 เม.ย.
บอกก่อนงวด 30 เม.ย. การเลิกจ้างจึงมีผลวันที่ 31 พ.ค. 2569
ช่วงที่ต้องจ่ายแทน = 16–30 เม.ย. (15 วัน) + เดือน พ.ค. ทั้งเดือน
ค่าจ้างต่อวัน = 18,000 ÷ 30 = 600 บาท
ค่าบอกกล่าวล่วงหน้า = (600 × 15) + 18,000 = 9,000 + 18,000 = 27,000 บาท
ต้องจ่ายในวันที่ให้ออก ถ้านายเอทำงานครบ 120 วันขึ้นไปและไม่มีความผิด ก็ได้ค่าชดเชยตามมาตรา 118 แยกอีกก้อนหนึ่งครับ

ตัวอย่างที่ 2: รายวัน วันละ 400 บาท หยุดทุกวันอาทิตย์

โรงงานจ่ายค่าจ้างทุกวันที่ 15 และสิ้นเดือน วันที่ 10 มิ.ย. 2569 หลังเลิกงาน นางสาวบีถูกบอกว่าไม่ต้องมาทำงานตั้งแต่วันรุ่งขึ้น
บอกก่อนงวด 15 มิ.ย. การเลิกจ้างจึงมีผลวันที่ 30 มิ.ย. 2569
ช่วง 11–30 มิ.ย. มี 20 วัน หักวันอาทิตย์ 3 วัน เหลือวันทำงาน 17 วัน
ค่าบอกกล่าวล่วงหน้า = 400 × 17 = 6,800 บาท
ตัวอย่างนี้สมมติว่าช่วงนั้นไม่มีวันหยุดตามประเพณีของบริษัท ถ้ามี ให้บวกค่าจ้างวันนั้นเพิ่มครับ

ตัวอย่างที่ 3: บอกล่วงหน้าแล้ว แต่สั้นเกินไป

นายซีได้เงินเดือน 20,000 บาท จ่ายทุกสิ้นเดือน วันที่ 20 เม.ย. 2569 บริษัทให้หนังสือเลิกจ้างโดยให้มีผลวันที่ 30 เม.ย. นายซีทำงานถึงวันที่ 30 เม.ย. และได้เงินเดือนเดือน เม.ย. ครบ
แต่ตามมาตรา 17 วรรคสอง บอกวันที่ 20 เม.ย. (ก่อนงวด 30 เม.ย.) การเลิกจ้างจะมีผลได้เร็วที่สุดวันที่ 31 พ.ค. 2569
บริษัทจึงยังต้องจ่ายค่าจ้างเดือน พ.ค. แทนการบอกกล่าว = 20,000 บาท
ถ้านายซีมีค่าคอมมิชชั่นที่เป็นค่าจ้างด้วย อาจเรียกส่วนที่ควรได้ในเดือน พ.ค. ได้อีก แต่ต้องมีหลักฐานว่าควรได้เท่าไหร่ครับ

กรณีไหนที่นายจ้างไม่ต้องจ่ายค่าบอกกล่าวล่วงหน้า

มาตรา 17 วรรคท้ายบอกว่า การบอกกล่าวล่วงหน้า ไม่ใช้บังคับ กับการเลิกจ้าง 2 กลุ่มครับ

1. เลิกจ้างตามมาตรา 119 เช่น ทุจริตต่อหน้าที่ จงใจทำให้นายจ้างเสียหาย ประมาทเลินเล่อทำให้เสียหายร้ายแรง ทำผิดซ้ำคำเตือน ละทิ้งหน้าที่ 3 วันทำงานติดต่อกันโดยไม่มีเหตุอันสมควร หรือได้รับโทษจำคุกตามคำพิพากษาถึงที่สุด (รายละเอียดอยู่ใน โพสต์ค่าชดเชย ครับ)

2. ไล่ออกตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 583 คือลูกจ้าง

  • จงใจขัดคำสั่งของนายจ้างที่ชอบด้วยกฎหมาย
  • ละเลยไม่นำพาต่อคำสั่งเช่นนั้นเป็นอาจิณ
  • ละทิ้งการงานไปเสีย
  • กระทำความผิดอย่างร้ายแรง
  • ทำประการอื่นอันไม่สมควรแก่การปฏิบัติหน้าที่ให้ลุล่วงไปโดยถูกต้องและสุจริต

จุดที่ควรรู้คือ เหตุตามมาตรา 583 กว้างกว่า มาตรา 119 เช่น มาสายเป็นอาจิณ จึงอาจเกิดกรณีที่ลูกจ้าง ได้ค่าชดเชย แต่ไม่ได้ค่าบอกกล่าวล่วงหน้า ก็ได้ครับ

3. สัญญาจ้างมีกำหนดระยะเวลาและสิ้นสุดตามกำหนด ไม่ต้องบอกล่วงหน้า (มาตรา 17 วรรคหนึ่ง) แต่ระวังนะครับ การไม่ต้องบอกล่วงหน้า ไม่ได้แปลว่าไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย เพราะข้อยกเว้นค่าชดเชยของสัญญามีกำหนดระยะเวลาใช้ได้แคบมาก (มาตรา 118 วรรคสามและวรรคสี่)

4. กรณีพิเศษตามมาตรา 121 ถ้าเลิกจ้างเพราะปรับปรุงหน่วยงานโดยนำเครื่องจักรหรือเทคโนโลยีมาใช้ กฎหมายไม่ใช้มาตรา 17 วรรคสอง แต่ให้แจ้งล่วงหน้าอย่างน้อย 60 วัน ถ้าไม่แจ้งหรือแจ้งไม่ครบ ต้องจ่าย ค่าชดเชยพิเศษแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า เท่ากับค่าจ้างอัตราสุดท้าย 60 วัน แทนครับ

ค่าบอกกล่าวล่วงหน้า ต่างจากค่าชดเชยยังไง

เรื่อง ค่าบอกกล่าวล่วงหน้า ค่าชดเชย
กฎหมายมาตรา 17, 17/1มาตรา 118
เพื่ออะไรชดเชยที่ไม่ได้บอกล่วงหน้าตอบแทนอายุงานเมื่อถูกเลิกจ้าง
อายุงานขั้นต่ำไม่มี ทดลองงานก็ได้ครบ 120 วัน
จำนวนตามงวดจ่ายค่าจ้าง ไม่เกิน 3 เดือน30–400 วัน ตามอายุงาน
ถ้านายจ้างบอกล่วงหน้าถูกต้องไม่ต้องจ่ายยังต้องจ่าย
ข้อยกเว้นมาตรา 119 และ ป.พ.พ. มาตรา 583มาตรา 119 เท่านั้น
กำหนดจ่ายวันที่ให้ออกจากงานเมื่อเลิกจ้าง
ดอกเบี้ยเมื่อไม่จ่ายร้อยละ 15 ต่อปี (มาตรา 9)ร้อยละ 15 ต่อปี (มาตรา 9)

สรุปง่าย ๆ คือ ถ้าถูกเลิกจ้างทันทีโดยไม่มีความผิด และทำงานครบ 120 วันแล้ว มีสิทธิได้ทั้งสองก้อน ครับ

ถ้าลูกจ้างลาออกเองโดยไม่บอกล่วงหน้าล่ะ?

มาตรา 17 วรรคสองใช้กับ ทั้งสองฝ่าย ครับ ลูกจ้างที่จะลาออกจากสัญญาที่ไม่มีกำหนดระยะเวลา ก็ควรบอกล่วงหน้าตามงวดจ่ายค่าจ้างเหมือนกัน แต่ลูกจ้าง ไม่มีหน้าที่ต้องจ่าย "ค่าบอกกล่าวล่วงหน้า" ให้นายจ้าง เพราะมาตรา 17/1 ใช้กับนายจ้างเท่านั้น

สิ่งที่นายจ้างทำได้คือ ฟ้องเรียกค่าเสียหาย แต่บทความวิชาการที่รวบรวมแนวคำพิพากษาไว้อธิบายว่า นายจ้างต้องพิสูจน์ว่าเสียหายจริงเท่าไหร่ ส่วนการเสียโอกาสทางการค้าหลังลูกจ้างออกไปแล้ว เป็นเรื่องที่นายจ้างต้องบริหารเอง (สรุปจากแหล่งรอง ยังไม่ได้เทียบกับคำพิพากษาฉบับเต็ม)

และนายจ้าง จะหักค่าจ้างที่ค้างจ่ายเป็นค่าเสียหายเองไม่ได้ เพราะมาตรา 76 อนุญาตให้หักค่าเสียหายได้เฉพาะกรณีลูกจ้างทำโดยจงใจหรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง และลูกจ้างยินยอมเท่านั้น ส่วนการ "ยึดเงินเดือนงวดสุดท้าย" เพราะลาออกกะทันหัน ไม่มีกฎหมายรองรับครับ

ดอกเบี้ย: 15% หรือ 5%?

ข้อนี้คนสับสนกันเยอะครับ แอดมินขอแยกให้ชัด

  • ค่าบอกกล่าวล่วงหน้าตามมาตรา 17/1 ใช้ร้อยละ 15 ต่อปี เพราะมาตรา 9 วรรคหนึ่ง (แก้ไขโดยฉบับที่ 7 พ.ศ. 2562) เขียนไว้ชัดว่า ถ้านายจ้าง "ไม่จ่ายเงินกรณีนายจ้างบอกเลิกสัญญาจ้างโดยไม่บอกกล่าวล่วงหน้าตามมาตรา 17/1" ต้องเสียดอกเบี้ยร้อยละ 15 ต่อปีในระหว่างผิดนัด และเงินนี้ต้องจ่ายในวันที่ให้ออก ตำราจึงอธิบายว่า ผิดนัดตั้งแต่วันที่ให้ออก ไม่ต้องทวงถามก่อน
  • เงินเพิ่มร้อยละ 15 ทุก 7 วัน (มาตรา 9 วรรคสอง) จะเรียกได้ก็ต่อเมื่อนายจ้าง จงใจ ไม่จ่ายโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร ต้องมีข้อเท็จจริงรองรับ
  • ร้อยละ 5 ต่อปี เป็นอัตราดอกเบี้ยผิดนัดทั่วไปตาม ป.พ.พ. มาตรา 224 (อัตราตามมาตรา 7 ร้อยละ 3 บวกอีกร้อยละ 2 ตามที่แก้ไขโดยพระราชกำหนดปี 2564 และอาจปรับได้ด้วยพระราชกฤษฎีกา) ใช้กับหนี้เงินที่ ไม่อยู่ในมาตรา 9 เช่น ค่าเสียหายที่นายจ้างฟ้องลูกจ้างที่ลาออกโดยไม่บอกล่วงหน้า หรือค่าเสียหายจากการเลิกจ้างไม่เป็นธรรม ไม่ใช่อัตราของค่าบอกกล่าวล่วงหน้า ครับ

ตัวอย่าง: ถ้านายจ้างในตัวอย่างที่ 1 ค้างจ่าย 27,000 บาทไป 90 วัน ดอกเบี้ยร้อยละ 15 ต่อปี = 27,000 × 15% × 90 ÷ 365 ≈ 998.63 บาท

หมายเหตุ: ก่อนมีมาตรา 17/1 ตำราอธิบายว่าเงินนี้คิดดอกเบี้ยตาม ป.พ.พ. มาตรา 224 และนายจ้างผิดนัดเมื่อถูกทวงถามหรือนับแต่วันฟ้อง ถ้าเป็นเรื่องที่เลิกจ้างก่อนฉบับที่ 7 ใช้บังคับ ควรสอบถามพนักงานตรวจแรงงานเรื่องอัตราที่ใช้อีกครั้งครับ

อายุความ: เรียกได้ภายในกี่ปี

กฎหมายไม่ได้กำหนดอายุความของค่าบอกกล่าวล่วงหน้าไว้เป็นการเฉพาะ ตำรากฎหมายแรงงานจึงอธิบายว่าใช้อายุความทั่วไป 10 ปี ตาม ป.พ.พ. มาตรา 193/30 ส่วนค่าจ้าง ค่าล่วงเวลา และค่าทำงานในวันหยุดที่ค้าง มีอายุความเพียง 2 ปี ตาม ป.พ.พ. มาตรา 193/34 (9) ถ้าค้างหลายอย่าง ยื่นพร้อมกันเร็ว ๆ ดีที่สุดครับ

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

Q1: ทดลองงานอยู่ ไม่ผ่านโปร ได้ค่าบอกกล่าวล่วงหน้าไหม?
A: ได้ครับ มาตรา 17 วรรคสองให้ถือว่าสัญญาทดลองงานเป็นสัญญาที่ไม่มีกำหนดระยะเวลา ถ้านายจ้างให้ออกทันทีโดยไม่บอกล่วงหน้าให้ถูกต้อง และเราไม่ได้มีความผิดตามมาตรา 119 หรือ ป.พ.พ. มาตรา 583 ก็มีสิทธิได้ แม้จะทำงานไม่ถึง 120 วันก็ตาม

Q2: นายจ้างบอกล่วงหน้า 30 วันพอดี ถือว่าถูกต้องไหม?
A: ไม่แน่เสมอไปครับ ต้องดูว่าวันที่เลิกจ้างมีผลตรงกับวันจ่ายค่าจ้างงวดถัดไปหรือไม่ เช่น จ่ายเงินทุกสิ้นเดือน บอกวันที่ 5 มี.ค. ให้ออกวันที่ 4 เม.ย. แม้จะครบ 30 วัน แต่ตามหลักต้องมีผลวันที่ 30 เม.ย. นายจ้างจึงต้องจ่ายส่วนที่ขาด

Q3: นายจ้างให้ทำงานต่อจนครบกำหนดแล้วจ่ายเงินเดือนตามปกติ ยังได้อีกไหม?
A: ถ้าบอกล่วงหน้าถูกต้องตามงวด และให้ทำงานหรือจ่ายค่าจ้างจนถึงวันเลิกสัญญาแล้ว ก็ไม่มีค่าบอกกล่าวล่วงหน้าเพิ่มครับ แต่ค่าชดเชยตามมาตรา 118 ยังต้องได้ตามอายุงาน

Q4: สัญญาจ้างปีต่อปี ครบสัญญาแล้วไม่ต่อ ได้ค่าบอกกล่าวล่วงหน้าไหม?
A: ถ้าสัญญามีกำหนดระยะเวลาจริงและสิ้นสุดตามกำหนด ไม่ต้องบอกล่วงหน้าครับ (มาตรา 17 วรรคหนึ่ง) แต่ถ้าครบสัญญาแล้วยังให้ทำงานต่อโดยไม่ทำสัญญาใหม่ อาจกลายเป็นสัญญาที่ไม่มีกำหนดระยะเวลาและต้องบอกล่วงหน้า ส่วนค่าชดเชยต้องดูข้อยกเว้นตามมาตรา 118 วรรคสี่ ซึ่งแคบมาก

Q5: นายจ้างบังคับให้เซ็นใบลาออก จะได้ค่าบอกกล่าวล่วงหน้าไหม?
A: ต้องดูข้อเท็จจริงว่าที่จริงเป็นการลาออกโดยสมัครใจ หรือเป็นการเลิกจ้าง ถ้าเป็นการเลิกจ้าง ก็มีสิทธิทั้งค่าบอกกล่าวล่วงหน้าและค่าชดเชย ควรเก็บหลักฐาน เช่น ข้อความ LINE หรือเสียงบันทึก แล้วปรึกษาพนักงานตรวจแรงงานครับ

นายจ้างไม่จ่าย ยื่นเรื่องยังไง

ลูกจ้างยื่นคำร้องต่อพนักงานตรวจแรงงานได้ฟรี ตามมาตรา 123 โดยใช้แบบคำร้อง คร.7 มี 2 ช่องทางครับ

  1. ยื่นด้วยตนเอง ที่สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัด หรือสำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานกรุงเทพมหานครพื้นที่ 1–10 ในท้องที่ที่ลูกจ้างทำงานอยู่ หรือที่นายจ้างมีภูมิลำเนา
  2. ยื่นออนไลน์ ผ่านระบบ e-Service ของกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ที่ eservice.labour.go.th

เอกสารที่ควรเตรียม: บัตรประชาชน หนังสือเลิกจ้างหรือหลักฐานการให้ออก (เช่น ข้อความ LINE) สัญญาจ้าง สลิปเงินเดือนหรือ statement ที่เห็น วันที่ได้รับเงินจริง (สำคัญมาก เพราะใช้หางวดจ่ายค่าจ้าง) และชื่อที่อยู่ของนายจ้าง

หลังยื่นแล้ว: พนักงานตรวจแรงงานจะสอบสวนและมีคำสั่งภายใน 60 วันนับแต่วันรับคำร้อง ขยายได้อีกไม่เกิน 30 วัน (มาตรา 124) ฝ่ายที่ไม่พอใจคำสั่งต้องนำคดีไปศาลภายใน 30 วันนับแต่วันทราบคำสั่ง ถ้าไม่มีใครฟ้อง คำสั่งนั้นเป็นที่สุด และถ้านายจ้างเป็นฝ่ายฟ้อง ต้องวางเงินตามคำสั่งต่อศาลก่อน (มาตรา 125)

สอบถามก่อนได้ที่ สายด่วน 1546 หรือ 1506 กด 3 (กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน) ในวันและเวลาราชการครับ

สรุป

จำง่าย ๆ ครับ "บอกก่อนวันเงินเดือนออก มีผลวันเงินเดือนออกงวดหน้า" ถ้าถูกให้ออกทันทีโดยไม่มีความผิด นายจ้างต้องจ่ายค่าจ้างของช่วงที่ขาดไป ในวันที่ให้ออก ไม่ต้องรอทำงานครบ 120 วัน และได้แยกจากค่าชดเชย ถ้าไม่จ่าย มีดอกเบี้ยร้อยละ 15 ต่อปี และยื่น คร.7 ได้ฟรีครับ ถ้ามีคำถาม ฝากไว้ในคอมเมนต์ได้เลยครับ


แหล่งอ้างอิง: พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 ฉบับรวมแก้ไขเพิ่มเติมถึงฉบับที่ 9 พ.ศ. 2568 (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา) มาตรา 5, 9, 17, 17/1, 56, 76, 118, 119, 121, 123–125 · ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 7, 193/30, 193/34, 224, 581, 582, 583 · พระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ พ.ศ. 2564 (ราชกิจจานุเบกษา) · ตำราคำอธิบายกฎหมายแรงงาน บทสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า · คู่มือแนวปฏิบัติการพิจารณาวินิจฉัยคำร้อง กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน · คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6701/2549 (สรุปจากตำรา) · บทความวิชาการเรื่องการลาออกกับการเลิกจ้าง (แหล่งรอง)

บทความนี้เป็นความรู้ทั่วไป ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมายสำหรับกรณีใดกรณีหนึ่ง ข้อเท็จจริงแต่ละเรื่องอาจทำให้ผลต่างกัน โปรดอ่าน ข้อจำกัดความรับผิด และปรึกษาพนักงานตรวจแรงงานหรือทนายความก่อนตัดสินใจครับ

เขียนโดย: แอดมิน

ถูกเลิกจ้างได้ค่าชดเชยเท่าไหร่? ตารางคำนวณตาม ม.118 ปี 2569

ตารางค่าชดเชยตามมาตรา 118 พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน 30 ถึง 400 วัน

ถูกเลิกจ้างได้ค่าชดเชยเท่าไหร่? ตารางคำนวณตาม ม.118 ปี 2569

สวัสดีครับ แอดมินเองครับ วันนี้มาตอบคำถามที่คนค้นหามากที่สุดเรื่องหนึ่งในกฎหมายแรงงาน คือ "ถ้าถูกเลิกจ้าง จะได้ค่าชดเชยเท่าไหร่" บทความนี้อ้างอิงตัวบทพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 ฉบับรวมที่แก้ไขเพิ่มเติมถึงฉบับที่ 9 พ.ศ. 2568 มีตารางให้ดู ตัวอย่างคำนวณ 3 แบบ และวิธียื่นเรื่องถ้านายจ้างไม่จ่ายครับ

ตอบสั้น ๆ

ถ้านายจ้างเลิกจ้าง และเราทำงานติดต่อกันครบ 120 วัน ขึ้นไป นายจ้างต้องจ่ายค่าชดเชยไม่น้อยกว่า ค่าจ้างอัตราสุดท้าย 30 ถึง 400 วัน ตามอายุงาน (มาตรา 118) เว้นแต่เป็นกรณีที่กฎหมายยกเว้น เช่น ทุจริตต่อหน้าที่ หรือละทิ้งหน้าที่ 3 วันทำงานติดต่อกันโดยไม่มีเหตุอันสมควร (มาตรา 119) ค่าชดเชยต้องจ่ายเมื่อเลิกจ้าง ถ้าไม่จ่าย นายจ้างต้องเสียดอกเบี้ยร้อยละ 15 ต่อปีครับ

ตารางค่าชดเชย 6 อัตรา ตามมาตรา 118

อายุงาน (ทำงานติดต่อกัน) ค่าชดเชยไม่น้อยกว่า ประมาณ
ครบ 120 วัน แต่ไม่ครบ 1 ปี30 วัน1 เดือน
ครบ 1 ปี แต่ไม่ครบ 3 ปี90 วัน3 เดือน
ครบ 3 ปี แต่ไม่ครบ 6 ปี180 วัน6 เดือน
ครบ 6 ปี แต่ไม่ครบ 10 ปี240 วัน8 เดือน
ครบ 10 ปี แต่ไม่ครบ 20 ปี300 วัน10 เดือน
ครบ 20 ปีขึ้นไป400 วัน13 เดือน 10 วัน

ที่มา: พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 118 วรรคหนึ่ง (1)–(6) โดยอัตรา (5) แก้ไขและอัตรา (6) เพิ่มโดย พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่ 7) พ.ศ. 2562 ส่วนคอลัมน์ "ประมาณ" แอดมินเทียบ 30 วันเป็น 1 เดือนเพื่อให้อ่านง่ายเท่านั้นครับ

จุดที่ควรรู้คือ ตัวเลขในตารางเป็น "ขั้นต่ำ" ถ้าสัญญาจ้างหรือระเบียบบริษัทให้มากกว่านี้ ก็ใช้ตามที่ตกลงไว้ได้ครับ ส่วนการนับอายุงาน ให้นับวันหยุด วันลา วันที่นายจ้างอนุญาตให้หยุด และวันที่นายจ้างสั่งให้หยุดเพื่อประโยชน์ของนายจ้างรวมด้วย (มาตรา 19) และถ้านายจ้างจ้างเป็นช่วง ๆ เพื่อไม่ให้ลูกจ้างได้สิทธิ ให้นับทุกช่วงรวมกัน (มาตรา 20)

"เลิกจ้าง" ตามกฎหมาย หมายถึงอะไร

หลายคนคิดว่าเลิกจ้างคือต้องมีหนังสือไล่ออกเท่านั้น จริง ๆ แล้วมาตรา 118 วรรคสองให้ความหมายกว้างกว่านั้นครับ คือ การกระทำใดที่นายจ้างไม่ให้ลูกจ้างทำงานต่อไปและไม่จ่ายค่าจ้างให้ ไม่ว่าจะเป็นเพราะสัญญาจ้างสิ้นสุดหรือเหตุอื่นใด และรวมถึงกรณีที่ลูกจ้างไม่ได้ทำงานและไม่ได้รับค่าจ้าง เพราะนายจ้างไม่สามารถดำเนินกิจการต่อไปได้ เช่น บริษัทปิดกิจการ

นอกจากนี้ การเกษียณอายุ ตามที่ตกลงกันหรือตามที่นายจ้างกำหนด กฎหมายให้ถือว่าเป็นการเลิกจ้าง จึงต้องได้ค่าชดเชยด้วย (มาตรา 118/1) และถ้าบริษัทไม่ได้กำหนดอายุเกษียณไว้ หรือกำหนดไว้เกิน 60 ปี ลูกจ้างที่อายุครบ 60 ปีขึ้นไปแสดงเจตนาขอเกษียณได้เอง มีผลเมื่อครบ 30 วัน และได้ค่าชดเชยตามมาตรา 118 เช่นกันครับ

"ค่าจ้างอัตราสุดท้าย" คืออะไร คิดยังไง

ค่าชดเชยคำนวณจาก ค่าจ้าง ตามความหมายในมาตรา 5 คือเงินที่ตกลงจ่ายเป็นค่าตอบแทนการทำงานใน เวลาทำงานปกติ ดังนั้น

  • ลูกจ้างรายเดือน: เอาค่าจ้างเดือนสุดท้าย ÷ 30 = ค่าจ้างต่อวัน แล้วคูณจำนวนวันตามตาราง
  • ลูกจ้างรายวัน: เอาค่าจ้างวันสุดท้ายคูณจำนวนวันได้เลย ไม่ต้องหาร 30
  • ลูกจ้างที่ได้ค่าจ้างตามผลงานคำนวณเป็นหน่วย: ใช้ค่าจ้างของการทำงาน 30, 90, 180, 240, 300 หรือ 400 วันสุดท้าย แล้วแต่อายุงาน

เงินที่ไม่ใช่ค่าจ้าง เช่น ค่าล่วงเวลา (OT) ซึ่งกฎหมายนิยามแยกไว้ต่างหาก หรือเงินสวัสดิการบางประเภท โดยทั่วไปจะไม่นำมารวมเป็นฐานครับ แต่เงินจะเป็นค่าจ้างหรือไม่ ต้องดูข้อเท็จจริงเป็นราย ๆ ไป

ตัวอย่างคำนวณ 3 แบบ

ตัวอย่างที่ 1: ลูกจ้างรายเดือน เงินเดือน 15,000 บาท

นายเอทำงานมา 2 ปี 5 เดือน แล้วถูกเลิกจ้างโดยไม่มีความผิด อายุงานอยู่ในช่วงครบ 1 ปีแต่ไม่ครบ 3 ปี จึงได้ไม่น้อยกว่า 90 วัน
ค่าจ้างต่อวัน = 15,000 ÷ 30 = 500 บาท
ค่าชดเชย = 500 × 90 = 45,000 บาท

ตัวอย่างที่ 2: ลูกจ้างรายวัน ค่าจ้างวันละ 400 บาท

นางสาวบีทำงานมา 4 ปีเต็ม แล้วโรงงานปิดกิจการ กรณีนี้ถือเป็นการเลิกจ้างตามมาตรา 118 วรรคสอง อายุงานครบ 3 ปีแต่ไม่ครบ 6 ปี จึงได้ไม่น้อยกว่า 180 วัน
ค่าชดเชย = 400 × 180 = 72,000 บาท
ลูกจ้างรายวันใช้ค่าจ้างวันสุดท้ายคูณจำนวนวันได้เลย ห้ามเอาไปหาร 30 ครับ

ตัวอย่างที่ 3: พนักงานขาย เงินเดือน + ค่าคอมมิชชั่น + OT

นายซีเป็นพนักงานขาย ทำงานมา 7 ปี เงินเดือนสุดท้าย 20,000 บาท ได้ค่าคอมมิชชั่นตามยอดขาย และทำ OT บ่อย อายุงานครบ 6 ปีแต่ไม่ครบ 10 ปี จึงได้ไม่น้อยกว่า 240 วัน
ส่วนเงินเดือน = 20,000 ÷ 30 × 240 = 160,000 บาท
ส่วนค่าคอมมิชชั่น (ถ้าเป็นค่าจ้างตามผลงาน) = ยอดคอมมิชชั่นที่ได้จากการทำงาน 240 วันสุดท้าย สมมติว่า 48,000 บาท
รวมค่าชดเชย = 208,000 บาท
ค่า OT ไม่นำมารวม เพราะเป็นค่าตอบแทนการทำงานนอกเวลาปกติ ไม่ใช่ค่าจ้าง

วิธีแยกคิดแบบนี้มีแนวคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4625/2559 ที่ลูกจ้างได้ทั้งเงินเดือนและเงินรางวัลการขาย ศาลให้คิดค่าชดเชยส่วนเงินเดือนจากค่าจ้างอัตราสุดท้าย และส่วนเงินรางวัลการขายจากค่าจ้างของการทำงานในช่วงวันสุดท้ายตามอายุงาน (สรุปจากตำรากฎหมายแรงงาน) ทั้งนี้ ค่าคอมมิชชั่นจะเป็นค่าจ้างหรือไม่ ขึ้นกับเงื่อนไขการจ่ายจริงของแต่ละบริษัทครับ

กรณีไหนที่ไม่ได้ค่าชดเชย

1. ลาออกเอง หรือทำงานไม่ถึง 120 วัน เพราะไม่ใช่การเลิกจ้าง หรืออายุงานยังไม่ถึงเกณฑ์

2. ถูกเลิกจ้างเพราะเหตุตามมาตรา 119 ซึ่งมี 6 กรณี คือ

  1. ทุจริตต่อหน้าที่ หรือกระทำความผิดอาญาโดยเจตนาแก่นายจ้าง
  2. จงใจทำให้นายจ้างได้รับความเสียหาย
  3. ประมาทเลินเล่อเป็นเหตุให้นายจ้างได้รับความเสียหายอย่างร้ายแรง
  4. ฝ่าฝืนข้อบังคับ ระเบียบ หรือคำสั่งของนายจ้างที่ชอบด้วยกฎหมายและเป็นธรรม และนายจ้างตักเตือนเป็นหนังสือแล้ว เว้นแต่กรณีร้ายแรงไม่ต้องเตือน (หนังสือเตือนมีผลไม่เกิน 1 ปีนับแต่วันที่ทำผิด)
  5. ละทิ้งหน้าที่ 3 วันทำงานติดต่อกัน ไม่ว่าจะมีวันหยุดคั่นหรือไม่ โดยไม่มีเหตุอันสมควร
  6. ได้รับโทษจำคุกตามคำพิพากษาถึงที่สุด (ถ้าเป็นความผิดโดยประมาทหรือลหุโทษ ต้องเป็นเหตุให้นายจ้างเสียหายด้วย)

ที่สำคัญคือ ถ้านายจ้างไม่ได้ระบุเหตุไว้ในหนังสือเลิกจ้าง หรือไม่ได้แจ้งเหตุให้ลูกจ้างทราบในขณะเลิกจ้าง นายจ้างจะยกเหตุนั้นขึ้นมาอ้างภายหลังไม่ได้ (มาตรา 119 วรรคท้าย)

3. สัญญาจ้างที่มีกำหนดระยะเวลาแน่นอน และเลิกจ้างตามกำหนดนั้น (มาตรา 118 วรรคสาม) แต่ข้อยกเว้นนี้ใช้ได้แคบมาก ตามวรรคสี่ต้องเป็น

  • งานโครงการเฉพาะที่ไม่ใช่งานปกติของธุรกิจนายจ้าง และมีวันเริ่มกับวันสิ้นสุดแน่นอน หรือ
  • งานครั้งคราวที่มีกำหนดการสิ้นสุดหรือความสำเร็จของงาน หรือ
  • งานตามฤดูกาลและจ้างในช่วงฤดูกาลนั้น

และงานนั้นต้องเสร็จภายใน ไม่เกิน 2 ปี โดย ทำสัญญาเป็นหนังสือตั้งแต่เริ่มจ้าง ถ้าขาดเงื่อนไขข้อใดข้อหนึ่ง เช่น จ้างทำงานประจำแต่ทำสัญญาปีต่อปี เมื่อนายจ้างไม่ต่อสัญญา ลูกจ้างก็ยังมีสิทธิได้ค่าชดเชยครับ

นายจ้างไม่จ่าย มีดอกเบี้ยและเงินเพิ่มไหม

มีครับ ตามมาตรา 9 ถ้านายจ้างไม่จ่ายค่าชดเชย ต้องเสีย ดอกเบี้ยร้อยละ 15 ต่อปี ในระหว่างผิดนัด โดยตำรากฎหมายแรงงานอธิบายว่าถือว่าผิดนัดนับแต่วันเลิกจ้าง ไม่ต้องทวงถามก่อน และถ้านายจ้าง จงใจ ไม่จ่ายโดยปราศจากเหตุผลอันสมควร เมื่อพ้น 7 วันนับแต่วันถึงกำหนด ต้องเสีย เงินเพิ่มร้อยละ 15 ของเงินที่ค้างทุกระยะ 7 วัน ด้วย แต่เงินเพิ่มนี้ต้องพิสูจน์ได้ว่านายจ้างจงใจไม่จ่ายครับ

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

Q1: ลาออกเองได้ค่าชดเชยไหม?
A: โดยหลักไม่ได้ครับ เพราะค่าชดเชยจ่ายเมื่อ "นายจ้างเลิกจ้าง" แต่ถ้านายจ้างบังคับหรือกดดันให้เขียนใบลาออก ต้องดูข้อเท็จจริงว่าที่จริงเป็นการเลิกจ้างหรือไม่ แนะนำให้เก็บหลักฐานไว้และปรึกษาพนักงานตรวจแรงงานครับ

Q2: ทำงานในช่วงทดลองงาน แล้วถูกให้ออก ได้ไหม?
A: กฎหมายดูที่อายุงานจริง ถ้าทำงานติดต่อกันครบ 120 วันแล้ว แม้จะเรียกว่าช่วงทดลองงาน ก็มีสิทธิได้ค่าชดเชยอย่างน้อย 30 วันครับ ถ้ายังไม่ครบ 120 วันก็ยังไม่มีสิทธิ

Q3: สัญญาจ้างปีต่อปี ครบสัญญาแล้วไม่ต่อ ได้ไหม?
A: ส่วนใหญ่ได้ครับ ข้อยกเว้นเรื่องสัญญามีกำหนดระยะเวลาใช้เฉพาะงาน 3 ประเภทข้างบน ที่ต้องเสร็จภายใน 2 ปี และทำสัญญาเป็นหนังสือตั้งแต่เริ่มจ้าง ถ้าเป็นงานปกติของบริษัท การไม่ต่อสัญญาก็ถือเป็นการเลิกจ้าง

Q4: เกษียณอายุได้ค่าชดเชยด้วยหรือ?
A: ได้ครับ มาตรา 118/1 ให้ถือว่าการเกษียณเป็นการเลิกจ้าง คนทำงานมา 20 ปีขึ้นไปจะได้ไม่น้อยกว่า 400 วัน ซึ่งหลายคนไม่รู้และไม่ได้ทวงถาม

Q5: ถูกเลิกจ้างนานแล้ว ยังเรียกค่าชดเชยได้ไหม? (อายุความ)
A: พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงานไม่ได้กำหนดอายุความเรื่องค่าชดเชยไว้เป็นการเฉพาะ ตำรากฎหมายแรงงานและแนวคำพิพากษาศาลฎีกาจึงถือว่าใช้อายุความทั่วไป 10 ปี นับแต่วันที่อาจบังคับสิทธิได้ (ป.พ.พ. มาตรา 193/30) แต่ระวังนะครับ ค่าจ้าง ค่าล่วงเวลา และค่าทำงานในวันหยุดที่ค้างจ่าย มีอายุความเพียง 2 ปี ตาม ป.พ.พ. มาตรา 193/34 (9) และยิ่งยื่นเร็ว หลักฐานก็ยิ่งครบ จึงไม่ควรรอครับ

ถ้าไม่ได้ค่าชดเชย ยื่นเรื่องยังไง

ลูกจ้างยื่นคำร้องต่อพนักงานตรวจแรงงานได้ฟรี ตามมาตรา 123 โดยใช้แบบคำร้อง คร.7 มี 2 ช่องทางครับ

  1. ยื่นด้วยตนเอง ที่สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัด หรือสำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานกรุงเทพมหานครพื้นที่ 1–10 ในท้องที่ที่ลูกจ้างทำงานอยู่ หรือที่นายจ้างมีภูมิลำเนา
  2. ยื่นออนไลน์ ผ่านระบบ e-Service ของกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ที่ eservice.labour.go.th ลงทะเบียนสำหรับประชาชน แล้วเลือกเมนูยื่นคำร้องเกี่ยวกับสิทธิได้รับเงิน

เอกสารที่ควรเตรียม: บัตรประชาชน หนังสือเลิกจ้างหรือหลักฐานการให้ออก (เช่น ข้อความ LINE) สัญญาจ้าง สลิปเงินเดือนหรือ statement ย้อนหลัง และข้อมูลชื่อที่อยู่ของนายจ้าง

หลังยื่นแล้ว: พนักงานตรวจแรงงานจะสอบสวนและมีคำสั่งภายใน 60 วันนับแต่วันรับคำร้อง ขยายได้อีกไม่เกิน 30 วัน (มาตรา 124) ถ้าสั่งให้นายจ้างจ่าย นายจ้างต้องจ่ายภายใน 30 วันนับแต่วันทราบคำสั่ง และฝ่ายที่ไม่พอใจคำสั่งต้องนำคดีไปศาลภายใน 30 วันนับแต่วันทราบคำสั่ง ถ้าไม่มีใครฟ้อง คำสั่งนั้นเป็นที่สุด (มาตรา 125)

สอบถามก่อนได้ที่ สายด่วน 1546 หรือ 1506 กด 3 (กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน) ในวันและเวลาราชการครับ

สรุป

ค่าชดเชยไม่ใช่ "น้ำใจ" ของนายจ้าง แต่เป็นสิทธิตามกฎหมาย จำง่าย ๆ ว่า ครบ 120 วันได้ 30 วัน, 1 ปี 90 วัน, 3 ปี 180 วัน, 6 ปี 240 วัน, 10 ปี 300 วัน, 20 ปี 400 วัน คิดจากค่าจ้างอัตราสุดท้าย และอย่าลืมว่าเกษียณกับบริษัทปิดกิจการก็ได้ด้วยครับ ถ้ามีคำถาม ฝากไว้ในคอมเมนต์ได้เลยครับ


แหล่งอ้างอิง: พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 ฉบับรวมแก้ไขเพิ่มเติมถึงฉบับที่ 9 พ.ศ. 2568 (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา) มาตรา 5, 9, 19, 20, 118, 118/1, 119, 123–125 · ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/30 และ 193/34 · ตำราคำอธิบายกฎหมายแรงงาน (เรื่องค่าชดเชย ดอกเบี้ย และอายุความ) · คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4625/2559 (สรุปจากตำรา) · ระบบ e-Service กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน

บทความนี้เป็นความรู้ทั่วไป ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมายสำหรับกรณีใดกรณีหนึ่ง ข้อเท็จจริงแต่ละเรื่องอาจทำให้ผลต่างกัน โปรดอ่าน ข้อจำกัดความรับผิด และปรึกษาพนักงานตรวจแรงงานหรือทนายความก่อนตัดสินใจครับ

เขียนโดย: แอดมิน

ใช้ AI ช่วยทำงานแบบง่าย ๆ สำหรับมือใหม่ 8 งานที่ทำได้ทันที พร้อมคำสั่งก๊อปไปใช้ได้เลย

ใช้ AI ช่วยทำงานแบบง่าย ๆ สำหรับมือใหม่ 8 งานที่ทำได้ทันที พร้อมคำสั่งก๊อปไปใช้ได้เลย สวัสดีครับ แอดมินเองครับ สองโพสต์ที่แล้วเราคุยเรื่อ...