ถูกให้ออกทันที ได้ค่าบอกกล่าวล่วงหน้าเท่าไหร่? วิธีคิดตาม ม.17 และ ม.17/1 ปี 2569
สวัสดีครับ แอดมินเองครับ โพสต์ที่แล้วเราคุยเรื่อง ค่าชดเชยตามมาตรา 118 ไปแล้ว วันนี้มาต่อเรื่องที่มักมาคู่กันครับ คือ "ค่าบอกกล่าวล่วงหน้า" หรือที่กฎหมายและศาลเรียกว่า "สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า" เงินก้อนนี้หลายคนไม่รู้ว่ามีสิทธิ เพราะคิดว่าถูกเลิกจ้างแล้วได้แค่ค่าชดเชยอย่างเดียว บทความนี้อ้างอิงพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 ฉบับรวมที่แก้ไขเพิ่มเติมถึงฉบับที่ 9 พ.ศ. 2568 และประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ครับ
ตอบสั้น ๆ
ถ้าเป็น สัญญาจ้างที่ไม่มีกำหนดระยะเวลา (รวมถึงช่วง ทดลองงาน) นายจ้างที่จะเลิกจ้างต้องบอกล่วงหน้า ในวันจ่ายค่าจ้างหรือก่อนวันจ่ายค่าจ้างงวดใดงวดหนึ่ง แล้วการเลิกจ้างจะมีผลใน วันจ่ายค่าจ้างงวดถัดไป แต่ไม่ต้องบอกล่วงหน้าเกิน 3 เดือน (มาตรา 17) ถ้านายจ้างให้ออกทันทีโดยไม่บอกล่วงหน้าให้ถูกต้อง ต้องจ่าย เงินเท่ากับค่าจ้างตั้งแต่วันที่ให้ออกจนถึงวันที่การเลิกจ้างควรมีผล และต้องจ่าย ในวันที่ให้ออกจากงาน (มาตรา 17/1) ถ้าไม่จ่าย ต้องเสียดอกเบี้ยร้อยละ 15 ต่อปี (มาตรา 9) เงินนี้ ไม่ขึ้นกับอายุงาน และได้ แยกต่างหากจากค่าชดเชย ครับ
ค่าบอกกล่าวล่วงหน้าคืออะไร
กฎหมายไม่ได้ห้ามนายจ้างเลิกจ้างครับ แต่ให้ลูกจ้างมีเวลาตั้งตัวก่อน มาตรา 17 วรรคสองจึงกำหนดให้คู่สัญญาที่จะเลิกสัญญาจ้างที่ไม่มีกำหนดระยะเวลา ต้องบอกอีกฝ่ายล่วงหน้า ส่วนวรรคสามให้นายจ้างเลือกได้ว่า แทนที่จะให้ลูกจ้างทำงานต่อจนครบกำหนด จะ จ่ายค่าจ้างให้ครบจนถึงวันเลิกสัญญาแล้วให้ออกทันที ก็ได้
ถ้านายจ้างไม่บอกล่วงหน้าเลย หรือบอกช้าเกินไป มาตรา 17/1 (เพิ่มโดยฉบับที่ 7 พ.ศ. 2562) บังคับให้จ่ายเงิน "เท่ากับค่าจ้างที่ลูกจ้างควรจะได้รับนับแต่วันที่ให้ลูกจ้างออกจากงานจนถึงวันที่การเลิกสัญญาจ้างมีผล" เงินก้อนนี้แหละครับที่เราเรียกกันว่าค่าบอกกล่าวล่วงหน้า
ข้อสังเกตคือ ตำรากฎหมายแรงงานอธิบายว่าเงินนี้ ไม่ใช่ "ค่าจ้าง" ตามมาตรา 5 เพราะเป็นเงินที่จ่ายให้โดยลูกจ้างไม่ได้ทำงาน แต่ใช้ค่าจ้างเป็นตัวคำนวณ ผลที่ตามมาเรื่องอายุความจะเล่าด้านล่างครับ
สัญญาแบบไหนต้องบอกล่วงหน้า
| ลักษณะสัญญาจ้าง | ต้องบอกล่วงหน้าไหม |
|---|---|
| ไม่มีกำหนดระยะเวลา (พนักงานประจำทั่วไป) | ต้องบอก (มาตรา 17 วรรคสอง) |
| สัญญาทดลองงาน | ต้องบอก กฎหมายให้ถือว่าเป็นสัญญาที่ไม่มีกำหนดระยะเวลา (มาตรา 17 วรรคสอง) |
| มีกำหนดระยะเวลา และสิ้นสุดตามกำหนดนั้น | ไม่ต้องบอก สัญญาสิ้นสุดเอง (มาตรา 17 วรรคหนึ่ง) |
| มีกำหนดระยะเวลา แต่นายจ้างเลิกก่อนครบกำหนด | ตำราอธิบายว่า ต้องบอก เพราะไม่ใช่กรณีสัญญาสิ้นสุดเองตามกำหนด |
| ครบสัญญาแล้วยังให้ทำงานต่อและจ่ายค่าจ้างต่อ | ถือว่าทำสัญญาใหม่แบบเดิม ซึ่งเลิกได้ด้วยการบอกกล่าว (ป.พ.พ. มาตรา 581) ตำราจึงอธิบายว่า ต้องบอก |
ที่มา: พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน มาตรา 17 (แก้ไขโดยฉบับที่ 2 พ.ศ. 2551) · ป.พ.พ. มาตรา 581 · สองแถวล่างเป็นคำอธิบายจากตำรากฎหมายแรงงานครับ
ต้องบอกล่วงหน้านานแค่ไหน
หลายคนเข้าใจว่าต้องบอกล่วงหน้า 30 วัน จริง ๆ แล้วกฎหมายไม่ได้นับเป็นวันครับ แต่นับตาม "งวดจ่ายค่าจ้าง" หลักคือ บอกในวันจ่ายค่าจ้างหรือก่อนวันจ่ายค่าจ้างงวดหนึ่ง แล้วการเลิกจ้างจะมีผลในวันจ่ายค่าจ้างงวดถัดไป และไม่ต้องบอกล่วงหน้าเกิน 3 เดือน
| ถ้าบริษัทจ่ายค่าจ้าง | ตัวอย่าง: แจ้งเลิกจ้างวันที่ 20 เม.ย. |
|---|---|
| เดือนละครั้ง ทุกสิ้นเดือน | บอกก่อนงวด 30 เม.ย. จึงมีผลเร็วที่สุดวันที่ 31 พ.ค. |
| เดือนละ 2 ครั้ง (15 และสิ้นเดือน) | บอกก่อนงวด 30 เม.ย. จึงมีผลเร็วที่สุดวันที่ 15 พ.ค. |
| ทุกวันที่ 25 | บอกก่อนงวด 25 เม.ย. จึงมีผลเร็วที่สุดวันที่ 25 พ.ค. |
ตัวอย่างในตารางแอดมินคำนวณตามหลักมาตรา 17 วรรคสอง ซึ่งตรงกับตัวอย่างในตำรากฎหมายแรงงานครับ
เรื่องปลีกย่อยที่ควรรู้ครับ
- บอกด้วยวาจาได้ไหม แม้มาตรา 17 จะเขียนว่า "เป็นหนังสือ" แต่ตำรายกแนวคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6701/2549 ว่าบอกด้วยวาจาก็ได้ (สรุปจากตำรา ยังไม่ได้เทียบกับคำพิพากษาฉบับเต็ม) ทางที่ดีลูกจ้างควรขอเป็นหนังสือไว้เป็นหลักฐานครับ
- นับจากวันที่ลูกจ้างรู้ ตำราอธิบายว่าถ้าส่งหนังสือไปถึงลูกจ้างช้า ต้องนับจากวันที่หนังสือไปถึง ไม่ใช่วันที่ลงในหนังสือ
- ใช้วันจ่ายเงินจริง ถ้าวันจ่ายเงินจริงต่างจากที่เขียนในข้อบังคับ ตำราอธิบายว่าต้องดูข้อเท็จจริงเป็นราย ๆ ไป ส่วนคู่มือของกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานแนะให้ยึดตามที่ปฏิบัติกันจริง
- ตกลงให้บอกนานกว่านี้ได้ แต่สั้นกว่านี้ไม่ได้ ตำราอธิบายว่าสัญญาที่ให้บอกล่วงหน้านานกว่าหนึ่งงวด เช่น 3 เดือน ใช้บังคับได้ แต่ข้อตกลงที่ตัดสิทธิหรือให้บอกน้อยกว่าที่กฎหมายกำหนดใช้ไม่ได้
- หนังสือเตือนไม่ใช่การบอกกล่าวล่วงหน้า การบอกกล่าวต้องชัดว่าจะเลิกจ้างเมื่อไหร่
คิดเงินยังไง แยกตามประเภทลูกจ้าง
สูตรตามมาตรา 17/1 มีข้อเดียวครับ คือ ค่าจ้างที่ลูกจ้างควรจะได้รับ ตั้งแต่วันที่ให้ออก จนถึงวันที่การเลิกจ้างควรมีผล ในทางปฏิบัติแยกได้แบบนี้ครับ
- ลูกจ้างรายเดือน: เดือนเต็มคิดเท่าเงินเดือน ส่วนเศษของเดือนคิดเป็นรายวัน โดยใช้เงินเดือน ÷ 30
- ลูกจ้างรายวัน: เอาค่าจ้างรายวันคูณ จำนวนวันทำงาน ในช่วงนั้น คู่มือของกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานแนะว่า ไม่ต้องนับวันหยุดประจำสัปดาห์ เพราะลูกจ้างรายวันไม่มีสิทธิได้ค่าจ้างวันหยุดประจำสัปดาห์อยู่แล้ว (มาตรา 56 (1)) แอดมินเห็นว่าถ้ามีวันหยุดตามประเพณีอยู่ในช่วงนั้น ลูกจ้างรายวันควรได้ค่าจ้างวันนั้นด้วย เพราะมาตรา 56 (2) ให้ได้ค่าจ้างวันหยุดตามประเพณี
- ลูกจ้างที่มีค่าคอมมิชชั่นหรือค่าเที่ยว: ถ้าเงินนั้นเป็น "ค่าจ้าง" (จ่ายตามผลงานที่ทำในเวลาทำงานปกติ) ก็ต้องนำมาคิดด้วย แต่ กฎหมายไม่ได้กำหนดสูตรไว้ และคู่มือของกรมยกตัวอย่างคดีที่ศาลใช้เฉพาะเงินเดือน เพราะช่วงนั้นลูกจ้างไม่ได้มีค่าเที่ยว กรณีนี้จึงต้องดูหลักฐานเป็นราย ๆ ไปครับ
- เงินที่ไม่ใช่ค่าจ้าง เช่น ค่าล่วงเวลา (OT) หรือสวัสดิการบางประเภท โดยทั่วไปไม่นำมาคิด
ตัวอย่างคำนวณ 3 แบบ
ตัวอย่างที่ 1: รายเดือน 18,000 บาท ถูกให้ออกกลางเดือน
บริษัทจ่ายเงินเดือนทุกสิ้นเดือน วันที่ 15 เม.ย. 2569 หัวหน้าเรียกนายเอไปบอกว่า "พรุ่งนี้ไม่ต้องมาแล้ว" โดยจ่ายเงินเดือนถึงวันที่ 15 เม.ย.
บอกก่อนงวด 30 เม.ย. การเลิกจ้างจึงมีผลวันที่ 31 พ.ค. 2569
ช่วงที่ต้องจ่ายแทน = 16–30 เม.ย. (15 วัน) + เดือน พ.ค. ทั้งเดือน
ค่าจ้างต่อวัน = 18,000 ÷ 30 = 600 บาท
ค่าบอกกล่าวล่วงหน้า = (600 × 15) + 18,000 = 9,000 + 18,000 = 27,000 บาท
ต้องจ่ายในวันที่ให้ออก ถ้านายเอทำงานครบ 120 วันขึ้นไปและไม่มีความผิด ก็ได้ค่าชดเชยตามมาตรา 118 แยกอีกก้อนหนึ่งครับ
ตัวอย่างที่ 2: รายวัน วันละ 400 บาท หยุดทุกวันอาทิตย์
โรงงานจ่ายค่าจ้างทุกวันที่ 15 และสิ้นเดือน วันที่ 10 มิ.ย. 2569 หลังเลิกงาน นางสาวบีถูกบอกว่าไม่ต้องมาทำงานตั้งแต่วันรุ่งขึ้น
บอกก่อนงวด 15 มิ.ย. การเลิกจ้างจึงมีผลวันที่ 30 มิ.ย. 2569
ช่วง 11–30 มิ.ย. มี 20 วัน หักวันอาทิตย์ 3 วัน เหลือวันทำงาน 17 วัน
ค่าบอกกล่าวล่วงหน้า = 400 × 17 = 6,800 บาท
ตัวอย่างนี้สมมติว่าช่วงนั้นไม่มีวันหยุดตามประเพณีของบริษัท ถ้ามี ให้บวกค่าจ้างวันนั้นเพิ่มครับ
ตัวอย่างที่ 3: บอกล่วงหน้าแล้ว แต่สั้นเกินไป
นายซีได้เงินเดือน 20,000 บาท จ่ายทุกสิ้นเดือน วันที่ 20 เม.ย. 2569 บริษัทให้หนังสือเลิกจ้างโดยให้มีผลวันที่ 30 เม.ย. นายซีทำงานถึงวันที่ 30 เม.ย. และได้เงินเดือนเดือน เม.ย. ครบ
แต่ตามมาตรา 17 วรรคสอง บอกวันที่ 20 เม.ย. (ก่อนงวด 30 เม.ย.) การเลิกจ้างจะมีผลได้เร็วที่สุดวันที่ 31 พ.ค. 2569
บริษัทจึงยังต้องจ่ายค่าจ้างเดือน พ.ค. แทนการบอกกล่าว = 20,000 บาท
ถ้านายซีมีค่าคอมมิชชั่นที่เป็นค่าจ้างด้วย อาจเรียกส่วนที่ควรได้ในเดือน พ.ค. ได้อีก แต่ต้องมีหลักฐานว่าควรได้เท่าไหร่ครับ
กรณีไหนที่นายจ้างไม่ต้องจ่ายค่าบอกกล่าวล่วงหน้า
มาตรา 17 วรรคท้ายบอกว่า การบอกกล่าวล่วงหน้า ไม่ใช้บังคับ กับการเลิกจ้าง 2 กลุ่มครับ
1. เลิกจ้างตามมาตรา 119 เช่น ทุจริตต่อหน้าที่ จงใจทำให้นายจ้างเสียหาย ประมาทเลินเล่อทำให้เสียหายร้ายแรง ทำผิดซ้ำคำเตือน ละทิ้งหน้าที่ 3 วันทำงานติดต่อกันโดยไม่มีเหตุอันสมควร หรือได้รับโทษจำคุกตามคำพิพากษาถึงที่สุด (รายละเอียดอยู่ใน โพสต์ค่าชดเชย ครับ)
2. ไล่ออกตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 583 คือลูกจ้าง
- จงใจขัดคำสั่งของนายจ้างที่ชอบด้วยกฎหมาย
- ละเลยไม่นำพาต่อคำสั่งเช่นนั้นเป็นอาจิณ
- ละทิ้งการงานไปเสีย
- กระทำความผิดอย่างร้ายแรง
- ทำประการอื่นอันไม่สมควรแก่การปฏิบัติหน้าที่ให้ลุล่วงไปโดยถูกต้องและสุจริต
จุดที่ควรรู้คือ เหตุตามมาตรา 583 กว้างกว่า มาตรา 119 เช่น มาสายเป็นอาจิณ จึงอาจเกิดกรณีที่ลูกจ้าง ได้ค่าชดเชย แต่ไม่ได้ค่าบอกกล่าวล่วงหน้า ก็ได้ครับ
3. สัญญาจ้างมีกำหนดระยะเวลาและสิ้นสุดตามกำหนด ไม่ต้องบอกล่วงหน้า (มาตรา 17 วรรคหนึ่ง) แต่ระวังนะครับ การไม่ต้องบอกล่วงหน้า ไม่ได้แปลว่าไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย เพราะข้อยกเว้นค่าชดเชยของสัญญามีกำหนดระยะเวลาใช้ได้แคบมาก (มาตรา 118 วรรคสามและวรรคสี่)
4. กรณีพิเศษตามมาตรา 121 ถ้าเลิกจ้างเพราะปรับปรุงหน่วยงานโดยนำเครื่องจักรหรือเทคโนโลยีมาใช้ กฎหมายไม่ใช้มาตรา 17 วรรคสอง แต่ให้แจ้งล่วงหน้าอย่างน้อย 60 วัน ถ้าไม่แจ้งหรือแจ้งไม่ครบ ต้องจ่าย ค่าชดเชยพิเศษแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า เท่ากับค่าจ้างอัตราสุดท้าย 60 วัน แทนครับ
ค่าบอกกล่าวล่วงหน้า ต่างจากค่าชดเชยยังไง
| เรื่อง | ค่าบอกกล่าวล่วงหน้า | ค่าชดเชย |
|---|---|---|
| กฎหมาย | มาตรา 17, 17/1 | มาตรา 118 |
| เพื่ออะไร | ชดเชยที่ไม่ได้บอกล่วงหน้า | ตอบแทนอายุงานเมื่อถูกเลิกจ้าง |
| อายุงานขั้นต่ำ | ไม่มี ทดลองงานก็ได้ | ครบ 120 วัน |
| จำนวน | ตามงวดจ่ายค่าจ้าง ไม่เกิน 3 เดือน | 30–400 วัน ตามอายุงาน |
| ถ้านายจ้างบอกล่วงหน้าถูกต้อง | ไม่ต้องจ่าย | ยังต้องจ่าย |
| ข้อยกเว้น | มาตรา 119 และ ป.พ.พ. มาตรา 583 | มาตรา 119 เท่านั้น |
| กำหนดจ่าย | วันที่ให้ออกจากงาน | เมื่อเลิกจ้าง |
| ดอกเบี้ยเมื่อไม่จ่าย | ร้อยละ 15 ต่อปี (มาตรา 9) | ร้อยละ 15 ต่อปี (มาตรา 9) |
สรุปง่าย ๆ คือ ถ้าถูกเลิกจ้างทันทีโดยไม่มีความผิด และทำงานครบ 120 วันแล้ว มีสิทธิได้ทั้งสองก้อน ครับ
ถ้าลูกจ้างลาออกเองโดยไม่บอกล่วงหน้าล่ะ?
มาตรา 17 วรรคสองใช้กับ ทั้งสองฝ่าย ครับ ลูกจ้างที่จะลาออกจากสัญญาที่ไม่มีกำหนดระยะเวลา ก็ควรบอกล่วงหน้าตามงวดจ่ายค่าจ้างเหมือนกัน แต่ลูกจ้าง ไม่มีหน้าที่ต้องจ่าย "ค่าบอกกล่าวล่วงหน้า" ให้นายจ้าง เพราะมาตรา 17/1 ใช้กับนายจ้างเท่านั้น
สิ่งที่นายจ้างทำได้คือ ฟ้องเรียกค่าเสียหาย แต่บทความวิชาการที่รวบรวมแนวคำพิพากษาไว้อธิบายว่า นายจ้างต้องพิสูจน์ว่าเสียหายจริงเท่าไหร่ ส่วนการเสียโอกาสทางการค้าหลังลูกจ้างออกไปแล้ว เป็นเรื่องที่นายจ้างต้องบริหารเอง (สรุปจากแหล่งรอง ยังไม่ได้เทียบกับคำพิพากษาฉบับเต็ม)
และนายจ้าง จะหักค่าจ้างที่ค้างจ่ายเป็นค่าเสียหายเองไม่ได้ เพราะมาตรา 76 อนุญาตให้หักค่าเสียหายได้เฉพาะกรณีลูกจ้างทำโดยจงใจหรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง และลูกจ้างยินยอมเท่านั้น ส่วนการ "ยึดเงินเดือนงวดสุดท้าย" เพราะลาออกกะทันหัน ไม่มีกฎหมายรองรับครับ
ดอกเบี้ย: 15% หรือ 5%?
ข้อนี้คนสับสนกันเยอะครับ แอดมินขอแยกให้ชัด
- ค่าบอกกล่าวล่วงหน้าตามมาตรา 17/1 ใช้ร้อยละ 15 ต่อปี เพราะมาตรา 9 วรรคหนึ่ง (แก้ไขโดยฉบับที่ 7 พ.ศ. 2562) เขียนไว้ชัดว่า ถ้านายจ้าง "ไม่จ่ายเงินกรณีนายจ้างบอกเลิกสัญญาจ้างโดยไม่บอกกล่าวล่วงหน้าตามมาตรา 17/1" ต้องเสียดอกเบี้ยร้อยละ 15 ต่อปีในระหว่างผิดนัด และเงินนี้ต้องจ่ายในวันที่ให้ออก ตำราจึงอธิบายว่า ผิดนัดตั้งแต่วันที่ให้ออก ไม่ต้องทวงถามก่อน
- เงินเพิ่มร้อยละ 15 ทุก 7 วัน (มาตรา 9 วรรคสอง) จะเรียกได้ก็ต่อเมื่อนายจ้าง จงใจ ไม่จ่ายโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร ต้องมีข้อเท็จจริงรองรับ
- ร้อยละ 5 ต่อปี เป็นอัตราดอกเบี้ยผิดนัดทั่วไปตาม ป.พ.พ. มาตรา 224 (อัตราตามมาตรา 7 ร้อยละ 3 บวกอีกร้อยละ 2 ตามที่แก้ไขโดยพระราชกำหนดปี 2564 และอาจปรับได้ด้วยพระราชกฤษฎีกา) ใช้กับหนี้เงินที่ ไม่อยู่ในมาตรา 9 เช่น ค่าเสียหายที่นายจ้างฟ้องลูกจ้างที่ลาออกโดยไม่บอกล่วงหน้า หรือค่าเสียหายจากการเลิกจ้างไม่เป็นธรรม ไม่ใช่อัตราของค่าบอกกล่าวล่วงหน้า ครับ
ตัวอย่าง: ถ้านายจ้างในตัวอย่างที่ 1 ค้างจ่าย 27,000 บาทไป 90 วัน ดอกเบี้ยร้อยละ 15 ต่อปี = 27,000 × 15% × 90 ÷ 365 ≈ 998.63 บาท
หมายเหตุ: ก่อนมีมาตรา 17/1 ตำราอธิบายว่าเงินนี้คิดดอกเบี้ยตาม ป.พ.พ. มาตรา 224 และนายจ้างผิดนัดเมื่อถูกทวงถามหรือนับแต่วันฟ้อง ถ้าเป็นเรื่องที่เลิกจ้างก่อนฉบับที่ 7 ใช้บังคับ ควรสอบถามพนักงานตรวจแรงงานเรื่องอัตราที่ใช้อีกครั้งครับ
อายุความ: เรียกได้ภายในกี่ปี
กฎหมายไม่ได้กำหนดอายุความของค่าบอกกล่าวล่วงหน้าไว้เป็นการเฉพาะ ตำรากฎหมายแรงงานจึงอธิบายว่าใช้อายุความทั่วไป 10 ปี ตาม ป.พ.พ. มาตรา 193/30 ส่วนค่าจ้าง ค่าล่วงเวลา และค่าทำงานในวันหยุดที่ค้าง มีอายุความเพียง 2 ปี ตาม ป.พ.พ. มาตรา 193/34 (9) ถ้าค้างหลายอย่าง ยื่นพร้อมกันเร็ว ๆ ดีที่สุดครับ
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Q1: ทดลองงานอยู่ ไม่ผ่านโปร ได้ค่าบอกกล่าวล่วงหน้าไหม?
A: ได้ครับ มาตรา 17 วรรคสองให้ถือว่าสัญญาทดลองงานเป็นสัญญาที่ไม่มีกำหนดระยะเวลา ถ้านายจ้างให้ออกทันทีโดยไม่บอกล่วงหน้าให้ถูกต้อง และเราไม่ได้มีความผิดตามมาตรา 119 หรือ ป.พ.พ. มาตรา 583 ก็มีสิทธิได้ แม้จะทำงานไม่ถึง 120 วันก็ตาม
Q2: นายจ้างบอกล่วงหน้า 30 วันพอดี ถือว่าถูกต้องไหม?
A: ไม่แน่เสมอไปครับ ต้องดูว่าวันที่เลิกจ้างมีผลตรงกับวันจ่ายค่าจ้างงวดถัดไปหรือไม่ เช่น จ่ายเงินทุกสิ้นเดือน บอกวันที่ 5 มี.ค. ให้ออกวันที่ 4 เม.ย. แม้จะครบ 30 วัน แต่ตามหลักต้องมีผลวันที่ 30 เม.ย. นายจ้างจึงต้องจ่ายส่วนที่ขาด
Q3: นายจ้างให้ทำงานต่อจนครบกำหนดแล้วจ่ายเงินเดือนตามปกติ ยังได้อีกไหม?
A: ถ้าบอกล่วงหน้าถูกต้องตามงวด และให้ทำงานหรือจ่ายค่าจ้างจนถึงวันเลิกสัญญาแล้ว ก็ไม่มีค่าบอกกล่าวล่วงหน้าเพิ่มครับ แต่ค่าชดเชยตามมาตรา 118 ยังต้องได้ตามอายุงาน
Q4: สัญญาจ้างปีต่อปี ครบสัญญาแล้วไม่ต่อ ได้ค่าบอกกล่าวล่วงหน้าไหม?
A: ถ้าสัญญามีกำหนดระยะเวลาจริงและสิ้นสุดตามกำหนด ไม่ต้องบอกล่วงหน้าครับ (มาตรา 17 วรรคหนึ่ง) แต่ถ้าครบสัญญาแล้วยังให้ทำงานต่อโดยไม่ทำสัญญาใหม่ อาจกลายเป็นสัญญาที่ไม่มีกำหนดระยะเวลาและต้องบอกล่วงหน้า ส่วนค่าชดเชยต้องดูข้อยกเว้นตามมาตรา 118 วรรคสี่ ซึ่งแคบมาก
Q5: นายจ้างบังคับให้เซ็นใบลาออก จะได้ค่าบอกกล่าวล่วงหน้าไหม?
A: ต้องดูข้อเท็จจริงว่าที่จริงเป็นการลาออกโดยสมัครใจ หรือเป็นการเลิกจ้าง ถ้าเป็นการเลิกจ้าง ก็มีสิทธิทั้งค่าบอกกล่าวล่วงหน้าและค่าชดเชย ควรเก็บหลักฐาน เช่น ข้อความ LINE หรือเสียงบันทึก แล้วปรึกษาพนักงานตรวจแรงงานครับ
นายจ้างไม่จ่าย ยื่นเรื่องยังไง
ลูกจ้างยื่นคำร้องต่อพนักงานตรวจแรงงานได้ฟรี ตามมาตรา 123 โดยใช้แบบคำร้อง คร.7 มี 2 ช่องทางครับ
- ยื่นด้วยตนเอง ที่สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัด หรือสำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานกรุงเทพมหานครพื้นที่ 1–10 ในท้องที่ที่ลูกจ้างทำงานอยู่ หรือที่นายจ้างมีภูมิลำเนา
- ยื่นออนไลน์ ผ่านระบบ e-Service ของกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ที่ eservice.labour.go.th
เอกสารที่ควรเตรียม: บัตรประชาชน หนังสือเลิกจ้างหรือหลักฐานการให้ออก (เช่น ข้อความ LINE) สัญญาจ้าง สลิปเงินเดือนหรือ statement ที่เห็น วันที่ได้รับเงินจริง (สำคัญมาก เพราะใช้หางวดจ่ายค่าจ้าง) และชื่อที่อยู่ของนายจ้าง
หลังยื่นแล้ว: พนักงานตรวจแรงงานจะสอบสวนและมีคำสั่งภายใน 60 วันนับแต่วันรับคำร้อง ขยายได้อีกไม่เกิน 30 วัน (มาตรา 124) ฝ่ายที่ไม่พอใจคำสั่งต้องนำคดีไปศาลภายใน 30 วันนับแต่วันทราบคำสั่ง ถ้าไม่มีใครฟ้อง คำสั่งนั้นเป็นที่สุด และถ้านายจ้างเป็นฝ่ายฟ้อง ต้องวางเงินตามคำสั่งต่อศาลก่อน (มาตรา 125)
สอบถามก่อนได้ที่ สายด่วน 1546 หรือ 1506 กด 3 (กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน) ในวันและเวลาราชการครับ
สรุป
จำง่าย ๆ ครับ "บอกก่อนวันเงินเดือนออก มีผลวันเงินเดือนออกงวดหน้า" ถ้าถูกให้ออกทันทีโดยไม่มีความผิด นายจ้างต้องจ่ายค่าจ้างของช่วงที่ขาดไป ในวันที่ให้ออก ไม่ต้องรอทำงานครบ 120 วัน และได้แยกจากค่าชดเชย ถ้าไม่จ่าย มีดอกเบี้ยร้อยละ 15 ต่อปี และยื่น คร.7 ได้ฟรีครับ ถ้ามีคำถาม ฝากไว้ในคอมเมนต์ได้เลยครับ
แหล่งอ้างอิง: พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 ฉบับรวมแก้ไขเพิ่มเติมถึงฉบับที่ 9 พ.ศ. 2568 (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา) มาตรา 5, 9, 17, 17/1, 56, 76, 118, 119, 121, 123–125 · ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 7, 193/30, 193/34, 224, 581, 582, 583 · พระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ พ.ศ. 2564 (ราชกิจจานุเบกษา) · ตำราคำอธิบายกฎหมายแรงงาน บทสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า · คู่มือแนวปฏิบัติการพิจารณาวินิจฉัยคำร้อง กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน · คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6701/2549 (สรุปจากตำรา) · บทความวิชาการเรื่องการลาออกกับการเลิกจ้าง (แหล่งรอง)
บทความนี้เป็นความรู้ทั่วไป ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมายสำหรับกรณีใดกรณีหนึ่ง ข้อเท็จจริงแต่ละเรื่องอาจทำให้ผลต่างกัน โปรดอ่าน ข้อจำกัดความรับผิด และปรึกษาพนักงานตรวจแรงงานหรือทนายความก่อนตัดสินใจครับ
เขียนโดย: แอดมิน

No comments:
Post a Comment